บทแปลเพลง Unconditionally ของ Katy Perry

posted on 25 Nov 2013 16:03 by roxamine in Katy

 

อีกหนึ่งเพลงที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในอีกแง่มุมของความรักได้เป็นอย่างดี ‘Unconditionally’ จึงเป็นอีกหนึ่งเพลงของ Katy Perry ที่น่าจะประสบความสำเร็จ เพราะด้วยลักษณะเพลงแล้วดูจะไม่ทิ้งกับ ‘Firework’ สักเท่าไร ถึงแม้ความหมายของเพลงจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่ากันก็ตาม อาจจะดูขัดหูขัดตาไปสักหน่อย เพราะหลังจากที่เธอลุกขึ้นมาแปลงร่างจะแมวน้อยกลายเป็นเสือดุ แล้วจู่ๆ ก็มาวางมาดนิ่งใช้น้ำเสียงทรงพลังให้กับเพลงรักเพลงนี้

 

 

 

 

แรงบันดาลใจสำหรับเพลงนี้ได้มาจาก John John Mayer แฟนหนุ่ม และการไปทำงานกับ UNICEF ที่มาดากัสก้า ในทวีป Africa เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอและทำให้เกิดเพลงนี้ขึ้นมาได้ เนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับการได้รักใครสักคน และการยอมรับสิ่งที่คนๆ นั้นเป็น ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนดีแสนดีเพื่อที่จะให้เขารัก ไม่จำเป็นต้องหวั่นใจหรือหวาดกลัวต่ออะไร เพราะทุกๆ คนย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่มีใครที่เกิดขึ้นมาโดยปราศจากทั้งสองสิ่ง ไม่มีใครเกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบ การยอมรับและเข้าสิ่งนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสร้างความสัมพันธ์ เป็นสิ่งที่ทำให้ความรักและความจริงใจเข้ามาเติมเต็มชีวิตได้

 

 

 

 

เรื่องราวของ MV ไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างแน่นอน จะมีก็แต่ภาพสวยๆ กับการเปรียบเปรยสถานการณ์ในความรักเท่านั้น แนวภาพจึงเป็นการรวมเข้าด้วยกันระหว่างยุคสมัยเรอเนสซองกับยุคสมัยใหม่ ทำให้นึกถึงภาพยนตร์ 2 เรื่อง นั่นคือ ‘Dangerous Liaisons’ จากปี ค.ศ. 1988 และ ‘Anna Karenina’ จากปี ค.ศ. 2012

 

 

 

 

ฉากหลักๆ ของ MV ที่เห็นจะมีอยู่ 2 ฉากด้วยกัน นั่นคือ ฉากที่เธอใส่ชุดสีขาวคล้ายชุดแต่งงานยืนท่ามกลางความมืดในขณะที่หิมะตกหนักแสดงให้เห็นถึงสภาวะทางจิตใจที่หวาดกลัว ไม่มั่นใจ และโดดเดี่ยว ส่วนอีกฉากหนึ่งเป็นฉากให้ห้องเต้นรำ สีสันอบอุ่น โปรยด้วยกลีบกุหลาบ ประดับประดาไปด้วยสิ่งต่างๆ รวมถึงการแต่งกายของแต่ละคนที่สะท้อนให้เห็นความมีชีวิตชีวา จึงหมายถึงอีกด้านหนึ่งของความรักที่มันจะสวยงามและมีความสุขที่จะอยู่ด้วยเสมอ

 

 

 

 

 

ส่วนหมู่มวลคนนั้นแสดงให้เห็นถึงคนที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น เด็ก คนวัยหนุ่มสาว วัยชรา คู่รักชายกับชาย คู่รักชายกับหญิงที่มีนิสัยต่างกัน ซึ่งล้วนแล้วเรียนรู้ที่จะรักและยอมรับกันและกันได้ทั้งนั้น

 

 

 

 

 

หากจะพูดถึงการเปรียบเทียบให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็คงต้องมองที่ละอย่าง เช่น ความแตกต่างของน้ำแข็งกับเปลวไฟ หิมะกับกลับดอกไม้ ชุดสีขาวและชุดสีน้ำตาล ใบหน้าที่ซีดขาวกับใบหน้าที่สดใส จะเห็นว่าทั้ง 2 ฉาก พยายามใช่สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบกันได้เท่าๆ กันหมด

 

 

 

 

ฉากสำคัญที่จะไม่พูดถึงคงเป็นไปไม่ได้ ฉากที่เธอโดนรถพุ่งเข้าชนอย่างจังๆ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการมีความรักครั้งใหม่ก็เหมือนกับมีอะไรวิ่งพุ่งเข้าชน ใน MV เธอมองเห็นรถวิ่งเข้ามาแล้วจึงตัดสินใจให้รถพุ่งเข้าชนเธอแบบเต็มๆ นั่นหมายถึงเธอมีความหวาดกลัวต่อรักครั้งใหม่ การที่จะยอมรับสิ่งที่คาดไม่ถึงของคนรัก ไม่ว่าจะเป็นนิสัยหรืออดีตที่ผ่านมาย่อมนำพามาซึ่งความเจ็บปวด เหมือนโดนคมกระจกรุมบาดเข้ามานับร้อยนับพันครั้ง แต่การที่เรียนรู้ที่จะยอมรับและเข้าใจกันและกันนั้น ก็คือการเปิดใจเพื่อสร้างรักใหม่ขึ้นมา ถึงจะต้องเจ็บ แต่ก็มีความสุข ภาพถัดมาจึงตัดไปที่เธอกำลังมีหมู่มวลดอกไม้กำลังพวยพุ่งจากทางด้านหลังของเธอแทน

 

 

 

 

ซึ่งฉากที่เธอโดนรถพุ่งชนนี้น่าจะได้แรงบันดาลใจในการทำภาพมาจาก MV เพลง Rabbit in Your Headlights ของ DJ Shadow & James Lavelle (UNKLE) ft. Thom Yorke ตั้งแต่นาทีที่ 4.22 เป็นต้นไป

 

 

 

 

 

 

อีกฉากหนึ่งที่สำคัญเช่นกัน เราจะเห็นเตียงที่มีไฟลุกท่วมอยู่ นั่นไม่ได้หมายถึงความรักที่มีล้นจนมันเผาให้เราตายไป แต่เป็นการเปรียบเตียงเป็นเสมือนบ้านหลังหนึ่ง เตียงสำหรับคนสองคนก็เหมือนกับรังรักของคนรักกัน ไฟหมายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและลุกลามไปไกล และมันก็เป็นหน้าที่ของคนสองคนที่รักกัน ต้องหันหน้าเข้าหากันและช่วยกันประคับประคองและแก้ปัญหาต่างๆ ให้จบลง ตามสำนวน ‘Bed on Fire’ ถ้าบ้านมันมีปัญหา คนในบ้านจะอยู่กันอย่างเป็นสุขได้อย่างไร ดังนั้น จะเห็นได้ว่า นอกจากการยอมรับและความเข้าใจที่จำเป็นต้องมีให้กันแล้ว การร่วมด้วยช่วยกันฝ่าอุปสรรคใดๆ ก็ตามก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ ถึงแม้ว่าความรักจำเป็นต้องจบด้วยกันจากลาก็ตาม จะได้ไม่มีใครมาโทษกันเอง ด่าทอกันเองกันไปแบบไม่รู้จบ

 

 

 

 

และภาพสุดท้ายที่เป็นบทสรุปของรักครั้งนี้ เธอนอนลงบนรถที่พังและปกคลุมไปด้วยดอกไม้สวยงาม นั่นหมายถึงความรักที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีเงือนไขใดๆ ซึ่งสอดคล้องกับท่อนของเพลงที่ว่า ‘I will love you unconditionally’ เพราะ ‘Know that you are all worthy’

 

 

 

 

ส่วนใครต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเพลงและ MV นี้ เข้าไปรับชมกันได้ใน clip สัมภาษณ์นี้ครับ

 

Get More: Katy Perry, Music News

 

 

Unconditionally

รักไม่มีข้อแม้

 

Oh no, did I get too close?

Oh, did I almost see

What's really on the inside?

All your insecurities

All the dirty laundry

Never made me blink one time

ไม่นะ หรือว่าฉันเข้าใกล้มันเกินไป? [ระยะใกล้ในที่นี้หมายถึงการเข้าไปใกล้กับความรักครั้งใหม่ของเธอ เพราะความเจ็บปวดจากความรักครั้งที่แล้วยังเกาะกินหัวใจของเธออยู่ เธอจึงเกิดความกลัวที่จะก้าวผ่านและให้รักครั้งใหม่ได้เริ่มต้น]

ใกล้จนเกือบจะมองเห็น...

ว่าในใจของเธอจริงๆ แล้วคิดอย่างไร? [แต่ระยะใกล้ในท่อนนี้หมายถึงสิ่งที่อยู่ภายในใจของคนรักของเธอ ว่าคนรักของเธอจริงๆ คิดอย่างไรกับเธอ จะรักหรือจะร้ายกับเธอกันแน่]

จะความตะขิดตะขวง ไม่มั่นใจ

หรือจะเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนทั้งหมดของเธอ... [‘All your securities’ หมายถึง สิ่งที่อยู่ภายใน ส่วน ‘Laundry’ หมายถึง สิ่งที่อยู่ภายนอก]

นั้นไม่เคยทำให้ฉันคลาดสายตาไปจากเธอได้เลยแม้สักครั้งเดียว [ซึ่งในอีกแง่มุมหนึ่งของความรัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเปลือกนอกหรือภายในใจแล้วนั้น ไม่มีอะไรมาทำให้เธอละสายตาไปจากคนรักของเธอได้ ก็เพราะว่าเธอรักคนรักของเธออย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ]

 

Unconditional, unconditionally

I will love you unconditionally

There is no fear now

Let go and just be free

I will love you unconditionally

ไม่มีข้อแม้ ไร้ซึ่งเงื่อนไข

ฉันจะรักเธอต่อไปอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ

สะกดคำว่า ‘กลัว’ ไม่เป็นอีกแล้ว [ท่อนนี้จะสอดคล้องกับประโยคแรกของเพลง ‘Oh no, did I get too close?

’ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความกลัวของเธอ แต่บัดนี้...]

ปล่อยวางและปล่อยใจให้เป็นอิสระ [...ความรักและการยอมรับของเธอได้ทำลายมันลงหมดแล้ว การปล่อยวางอดีตหรือสิ่งเลวร้อยต่างๆ ล้วนทำให้ใจสงบและเป็นอิสระ เธอจึงกล้าที่จะเริ่มต้นรักครั้งใหม่ครั้งนี้]

ฉันจะรักเธอต่อไปโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ

 

So come just as you are to me

Don't need apologies

Know that you are all worthy

I'll take your bad days with your good

Walk through the storm I would

I do it all because I love you

I love you

ขอให้เธอเป็นอย่างที่เธอเป็น [ไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นดี ไม่จำเป็นต้องทำตัวให้ควรค่า ไม่จำเป็นต้องถ่อมตัว ไม่จำเป็นต้องโกหกหลอกกัน เพื่อความรักครั้งนี้ เพราะเธอรับได้ทุกอย่าง] [

คำว่า ‘ขอโทษ’ นั้นไม่จำเป็น [สิ่งที่เป็นหรือทำลงไปแล้วไม่ดีก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษ ไม่มีใครเกิดมาสมบูรณ์แบบ และทุกคนล้วนทำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น]

ขอให้เธอรู้เอาไว้เธอก็ควรค่าในสิ่งที่เธอเป็น

ฉันจะร่วมทุกข์และร่วมสุขกับไปเธอ

ถึงต่อให้ต้องเดินฝ่าพายุไป ฉันก็ยอม

ฉันทำได้ทุกสิ่งก็เพราะฉันรักเธอ

ฉันรักเธอ

 

Unconditional, unconditionally

I will love you unconditionally

There is no fear now

Let go and just be free

I will love you unconditionally

ไม่มีข้อแม้ ไร้ซึ่งเงื่อนไข

ฉันจะรักเธอต่อไปอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ

สะกดคำว่า ‘กลัว’ ไม่เป็นอีกแล้ว

ปล่อยวางและปล่อยใจให้เป็นอิสระ

ฉันจะรักเธอต่อไปโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ

 

So open up your heart and just let it begin

Open up your heart and just let it begin

Open up your heart and just let it begin

Open up your heart

ขอให้เธอเปิดใจแล้วเริ่มเดินไปด้วยกัน

ขอให้เธอเปิดใจแล้วให้รักไปตามทางของมัน

ขอให้เธอเปิดใจแล้วรักกันและกัน

จงเปิดใจของเธอ [ส่วนนี้ทั้งหมดสอดคล้องกับประโยคแรงของเพลง ‘Oh no, did I get too close?’ เมื่อปล่อยวางและเปิดใจ ตัดความกังวลและหวาดกลัวทิ้งไป ก็จะพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่เป็นเรื่องอื่นๆ ด้วยเช่นกัน]

 

Acceptance is the key to be

To be truly free

Will you do the same for me?

การยอมรับกับสิ่งที่เป็นคือการปล่อยวางที่ดีที่สุด

เพื่อการเป็นอิสระอย่างแท้จริง

แล้วเธอล่ะ พร้อมที่จะทำเหมือนฉันไหม?

 

Unconditional, unconditionally

I will love you unconditionally

And there is no fear now

Let go and just be free

'Cause I will love you unconditionally (oh yeah)

ไม่มีข้อแม้ ไร้ซึ่งเงื่อนไข

ฉันจะรักเธอต่อไปอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ

สะกดคำว่า ‘กลัว’ ไม่เป็นอีกแล้ว

ปล่อยวางและปล่อยใจให้เป็นอิสระ

ฉันจะรักเธอต่อไปโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ

 

I will love you

I will love you

I will love you unconditionally

so i will love you unconditionally

ฉันจะรักเธอ

ฉันจะรักเธอ

ฉันจะรักเธออย่างไม่มีข้อแม้

และฉันจะรักเธอโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ

 

 

***Open for Comments and Suggestions***

 


แหล่งข้อมูลประกอบบทแปล

http://www.dailymail.co.uk

http://www.rollingstone.com

http://www.fuse.tv

http://www.mtv.com

http://www.billboard.com

http://buzzworthy.mtv.com

http://english.stackexchange.com

http://yahoo.com

http://www.katyperry.com/

www.thrilla.info

http://www.kickkicksnare.com/

 

 

บทแปลเพลงอื่นๆ ของ Katy Perry โดย Lyrics on Top

บทแปลเพลง Roar ของ Katy Perry

 

บทแปลเพลง Wide Awake ของ Katy Perry


Comment

Comment:

Tweet

เอ็มวีสวย ความหมายดีและลึกซึ้ง สุดยอดจริงๆเพลงนี้
ส่วนการแปล ก็แปลได้ดีจริงๆค่าา ละเอียดมั่กๆ big smile

#4 By kitkat (171.98.242.201|171.98.242.201) on 2014-05-10 15:22

บรรยายได้ดีมากค่ะ
บางครั้งดู MV แต่ละเรื่องไม่อาจมองได้ลึกซึ้งขนาดนี้
เมื่อมีคนมาชี้ให้เห็นในมุมที่มองไม่เห็น ยิ่งชอบ    

#3 By pls. on 2014-02-15 23:53

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณมากเลยค่ะ ตอนดูเอ็มวีครั้งแรกก็กรอดูอยู่หลายรอบ ก็พอจะเข้าใจคอนเซปลางๆว่า เป็นรักที่ไม่มีเงื่อนไข แบบเพศ สีผิว อะไรทำนองนี้
พอได้มาอ่านก็เคลียร์ในฉากที่สงสัยพวกรถชน ฉากดอกไม้ แล้วก็ตอนจบ question 

ขอบคุณมากเลยค่ะ ฝากดราก้อนบอล 7 ดวงไว้เป็นกำลังใจนะคะ open-mounthed smile

#2 By ~[H]saina chan~ on 2013-12-10 17:23

เข้าใจเอ็มวีกับเนื้อเพลงกระจ่างเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ Hot!
เอ็มวีถ้าส่วนตัวนะคะชอบทั้ง 2 เอ็มวีเลยแต่แอบชอบเอ็มวีที่เป็น lyrics มากกว่าอยู่นิดหน่อยopen-mounthed smile
ชอบการแสดงสีหน้าของนักแสดงในเอ็มวีน่ะค่ะ

#1 By Jiseino on 2013-12-06 14:06