บทแปลเพลง Roar ของ Katy Perry

posted on 12 Sep 2013 22:24 by roxamine in Katy

 

จากตัวอย่าง Teaser ประกอบอัลบั้มก็มองออกแล้วว่าการกลับมาของ Katy Perry ครั้งนี้คงมีการปรับโฉมใหม่ สลัดลุคหวานแหววแบบ Teenage Dream รสนุ่มลิ้นทิ้งไป แถมยังเพิ่มความดุเด็ดเผ็ดสวยให้กับบุคลิกและงานเพลง โตมากขึ้น แกร่งมากขึ้น ใช่แล้วล่ะ ‘Katy’s Gone Wild’

 

 

ตอนแรก สาว Katy ก็คิดไม่ตกเหมือนกันว่าจะตั้งชื่ออัลบั้มนี้ว่าอะไร เพราะอัลบั้มที่แล้วเธอก็เป็น Teenage Dream นั่งๆ นอนๆ แบบสวยอยู่ปุยสายไหม แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนกับโดนชกเข้าที่ใบหน้าแบบจังๆ เหมือนกับสะดุดล้มลงจากบันได เธอจึงต้องการให้อัลบั้มนี้โดยอิงความจริงของชีวิตในการเติมโตมาเป็นผู้ใหญ่ ที่ให้ชื่อว่า Prism เป็นเพราะว่าเธอรู้สึกเหมือนว่ามีลำแสงมากมายฉายส่องมาในชีวิตของเธอ และเธอก็ร่วมรวบลำแสงเหล่านั่นเพื่อปล่อยแสงจากตัวเธอออกมาอีกทีหนึ่งผ่านบทแพลงในอัลบั้มไปถึงแฟนเพลงของเธอ

 

 

ถ้าใครๆ ยังจำเพลง Part of Me ได้ เนื้อหาเพลงทั้ง 2 เพลงแทบไม่แตกต่างกันเลย เสนอให้เห็นถึงการผ่านเรื่องเลวร้ายหรือความวุ่นวายในชีวิตที่เป็นตัวผลักดันให้คนๆ หนึ่งกลายมาเป็นผู้ชนะได้ในท้ายที่สุด แต่เพลง Roar เหมือนกับเป็นการต่อยอดออกไป สะท้อนให้เห็นถึงการเอาชนะตัวเอง การอยู่ได้ด้วยตัวเอง และเอาชนะสิ่งใหม่ๆ รอบตัวที่พุ่งเข้ามาทำลายความสุขให้หมดไป การเรียงเรื่องราวในเพลงดูเป็นขั้นเป็นตอนจนทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน ตั้งแต่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ การเยียวยาและรักษาแผลใจ และการมีความสุขกับชัยชนะ มันยิ่งทำให้เพลงแนวให้ Inspiration เข้าถึงผู้ฟังได้มากเข้าไปอีก

 

 

ถามว่าอะไรคือแรงจูงใจให้เธอเขียนเพลงนี้ขึ้นมา ถ้าจะให้สรุปแบบไวๆ เลยก็คงไม่พ้นเรื่องรักร้าวครั้งกับของเธอกับหนุ่ม Russell Brand ไม่ว่าเพลงอะไรๆ คนก็จะโยงไปหาเรื่องนี้หมด แต่ด้วยความเข้าใจส่วนตัว นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอรู้จักรักและพึ่งตัวเอง เพลงทั้งเพลงมุ่งเน้นเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอมากกว่า การที่ถูกกดขี่อยู่ใต้อาณัติของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือคนที่เคยเป็นครอบครัว หน้าที่การงานที่มีอุปสรรคเสมอ จากนักร้องธรรมดาไร้ซึ่งชื่อเสียงและความโด่งดัง ไหนจะเรื่องเสียงร้องที่ฟังดูแล้วสมควรจะเป็นปัญหา บนถนนสายดนตรีของเธอฝ่าฟันอะไรมามาก กว่า Katy Hudson จะมาเป็น Katy Perry ทุกวันนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอก็ทำมันได้ ซึ่งเธอก็ไม่ใช่คนแรกและคนสุดท้ายที่เอาชีวิตมาทำเป็นงานเพลง

 

 

แต่ต้องขอบอกเอาไว้ก่อนว่า ถึงเนื้อหาเพลงนี้จะค่อนข้าง Original แต่เพลงและทำนองนั้นไม่ Original แน่นอน อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่ามันดัน... ไม่ดันสิ น่าจะตั้งใจไปเหมือนเพลง Brave ของ Sara Bareilles มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นความยาวของเพลง ท่อน Verse ท่อน Chorus เหมือนกันชนิดนี่เรียกว่าวินาทีต่อวินาที จะไม่เหมือนก็เป็นช่วงที่ร้อง ‘Roar-oh-oh-oh-oh-oh-oh’ นั่นแหละ ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่ามันไม่ได้มาจาก Sample เดียวกัน อาจเป็นความจริงที่เหล่า KatyCat รับไม่ได้ แต่เราคงปฏิเสธสิ่งที่เราได้ยินไม่ได้เช่นกัน

 

 

เริ่มต้น MV ด้วยฉากเครื่องบินเครื่องเบ้อเร่อแต่นั่งกันมาแค่ 2 คนตก ทั้ง Katy และแฟนหนุ่มตกอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก แต่แฟนหนุ่มกลับทำตัวปกติ ไม่สนใจและใส่ใจปัญหาที่เกิดและตัวของเธอเลย ทั้ง 2 ละหกละเหินเดินหลงป่าจนในที่สุดแฟนหนุ่มของเธอก็โดนเสือคาบไป... รับประทาน สื่อให้เห็นว่าความรักที่มีปัญหามันจะยิ่งแย่และถึงจุดจบหากทั้ง 2 คนไม่ช่วยกันประคับประคองและแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น การไม่ใส่ใจทั้งปัญหาและคนรักย่อมทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปได้ไม่สวย และการยึดติดหวังฝากชีวิตเอาไว้กับใครคนหนึ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ถ้าคนๆ นั้นไม่ดีกับเราจริงๆ ต่อให้มีหรือไม่มีเขา เราก็ลำบากทั้งใจและกายพอๆ กัน

 

 

เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ที่จะสู้และอยู่รอดเพื่อตัวเอง เรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรากลัวและไม่กล้าสู้ เหมือนกับที่เธอได้เริ่มเรียนรู้กับสิ่งต่างๆ รอบตัวในป่า ไม่ว่าจะเป็น แมงมุม จระเข้ และความมืด

 

 

การที่มองหมู่หิงห้อยเป็นดวงตาของตัวอะไรก็ไม่รู้ที่รุมจ้องมองมาที่เธอ สื่อให้เห็นว่า ความกลัวต่างๆ นั้นล้วนมีแต่เราสร้างขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้นจงรวบรวมพลังเปลี่ยนความกลัวให้มาเป็นความกล้า และจะได้ทราบว่าเรามีศักยภาพมากขนาดไหน การที่หิงห้อยรวมตัวกัน Synchronous Fireflies เป็นรูปเสือแสดงถึงการที่เธอมองเห็นความแข็งแกร่งภายในของตัวเอง นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ที่เธอให้พูดเอาไว้ที่เขียนไปข้างต้นแล้วว่า ชีวิตของเธอผ่านอะไรมามากมาย ก็เหมือนลำแสงต่างๆ ส่องผ่านเข้ามาในชีวิต และตอนนี้เธอก็พร้อมแล้วที่จะส่องแสงมันออกไปผ่านงานเพลงของเธอ

 

 

จากป่าอันรกทึบก็ถูกลำแสง Prism เปลี่ยนเป็นพงไพรอันสว่างไสว เมื่อความมืดถูกทำลายลงไป ความสุขและความสดใสก็กลับเข้ามาในชีวิต จาก Teaser ประกอบอัลบั้มทั้ง 3 ตัว ที่ปล่อยออกมาทำให้หลายๆ คนทึกทักเอาว่า การกลับมาครั้งนี้ของเธอคงจะมาดเข็ม ออก Darkๆ จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เธอกลับมาต่อสู้กับความมืดต่างหาก

 

 

หลังจากผ่านพ้นจุดเปลี่ยนหรือจุดแตกหักอย่างที่เธอเรียกว่า Breaking Point เหมือนในเพลง เธอเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง ป่าดงพงไพรหมายถึงชื่อเสียงโด่งดังในสายงานที่เธอทำ เต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ มากมาย และก็เป็นหน้าที่ของเธอที่จะใช้ประสบการณ์และสมองอยู่กับมันให้ได้ เธอใช้ Character ของ Sheena The Queen of the Jungle การ์ตูนสัญชาติอเมริกันแทนตัวเอง Sheena เป็น Tarzan สาวที่สามารถสื่อสารกับสัตว์ป่าได้ เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในป่า และชำนาญอาวุธหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นมีด หอก และธนู และยังชำนาญการนำสิ่งรอบตัวมาใช้แทนอาวุธ จึงทำให้บรรดาศัตรูถึงกับอึ้งอยู่เสมอ เช่นเดียวกับ Katy ที่นำของคู่ใจของสาวๆ อย่างรองเท้าส้นเข็มมาทำเป็นหอก เรียนรู้ใช้ชีวิตกับสัตว์ป่า แปรงฟันให้จระเข้ อาบน้ำกับกับช้าง ทาเล็บให้ช้าง ใช้ผลหมากแทบลิปกรอส

 

 

เธอได้พบถ้ำแห่งหนึ่งที่มีศิลปะบนผนังถ้ำเล่าเรื่องราวความแข็งแกร่งของเสือ เอาชนะทั้งไฟและคนได้ จึงเป็นแรงบันดาลใจของเธอในการต่อสู้กับเสือ สิ่งที่ทุกคนคิดว่าดุร้ายเป็นที่สุดในป่า บอกแล้วว่าป่าหมายถึงชื่อเสียงโด่งดัง การที่เธอจะได้มาซึ่งความสำเร็จจึงจำเป็นต้องเอาชนะสิ่งที่เก่งกาจที่สุดในป่าให้ได้ เธอออกมาจากถ้ำสวมชุดลายเสือ ประดับกระโปรงและเครื่องประดับจากธรรมชาติ เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งอันตราย

 

 

 

ฉากที่นับว่าเป็น Climax ของ MV เลยจริงๆ คือฉากที่เธอหันมาเผชิญหน้าเสือ เธอใช้ความแข็งแกร่งภายในของเธอสยบเสือตัวนั้น การทำให้เสืออันดุร้ายเชื่องได้ด้วยมือเปล่า หลังจากเอาชนะได้ เธอได้ให้ชื่อสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเธอว่า Katy Purry มาจาก Furry ปุกปุย เธอได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์อย่างสง่างามพร้อมกับบรรดาเพื่อนสัตว์ป่าของเธอ การเอาชนะตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เธอสามารถเอาชนะทั้งอุปสรรคต่างๆ ในป่าได้ และสุดท้ายก็ยังพบกับความสุขสงบอีกด้วย

 

 

ฉากสุดท้ายที่ทำเอาถึงกับเซ็ง นึกว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเป็นราวจะเป็นเพียงแค่ฝัน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ มันคือชีวิตจริงของเธอ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความจริงที่ต้องเจอ และชัยชนะทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้เป็นเพียงแค่ฝันกลางวัน Sheena มีความเด็ดเดี่ยว มีพลังอำนาจ ฉลาดและร้ายกาจ เธอก็เป็นเช่นเดียวกันนั้นและตลอดไปเพราะเธอยังคงต้องพบกับวันใหม่ที่ปะปนไปด้วยความหวังใหม่และอุปสรรคใหม่ที่จะเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

 

 

******

 

Roar

คำราม

 

I used to bite my tongue and hold my breath

Scared to rock the boat and make a mess

So I sat quietly, agreed politely

I guess that I forgot I had a choice

I let you push me past the breaking point

I stood for nothing, so I fell for everything

ฉันเคยแต่อดกลั้นกัดฟัน ทนนับหนึ่งจนถึงร้อย [เธอเฝ้าอดทนกับสิ่งต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามาและคาดหวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้น ‘to hold breath’ แปลว่า รอหรือรอคอยให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น]

เพราะกลัวว่าบัวจะช้ำน้ำจะขุ่น ไม่กล้าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ [จนเธอไม่กล้าตัดสินใจอะไร เพราะกลัวว่าปัญหาที่มีจะใหญ่โตมากขึ้น]

เลยได้แต่นั่งเงียบไม่มีปากไม่มีเสียง คุณจะชี้นกก็ว่าเป็นนก จะชี้ไม้ก็ว่าเป็นไม้

ฉันคงลืมไปว่าตอนนั้นฉันเองก็มีสิทธิมีเสียงเหมือนกัน [ทำไมเธอต้องยอมให้ใครๆ มาเอาเปรียบ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นแรงผลักให้เธอมีพลังขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับสิ่งรอบตัวและตัวเธอเอง]

แต่กลับยอมให้คุณกดขี่จนปวดประสาท

มันเป็นเพราะฉันไม่มีจุดยืนให้กับตัวเอง ก็เลยมีแต่คำว่าแพ้ให้กับทุกๆ เรื่อง [ที่ชีวิตของเธอเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นเป็นเพราะเธอขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ขาดจุดยืนในชีวิตหรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับคนรัก ไม่ว่าใครจะทำหรือพูดอะไร ล้วนแล้วแต่มีผลกับจิตใจของเธอเสมอ]

 

You held me down, but I got up (hey!)

Already brushing off the dust

You hear my voice, you hear that sound

Like thunder, gonna shake your ground

You held me down, but I got up (hey!)

Get ready cause I had enough

I see it all, I see it now

คุณเหยียบฉันจนจมดิน แต่ฉันก็ยังลุกขึ้นไหว [ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคอะไรหรือรูปแบบไหน ศัตรูของเธอ คนรัก หรือทางสายงาน ไม่มีทางที่จะทำให้เธอหมดแรงกายหรือแรงใจได้เลย]

แต่ไม่ทันไรฉันก็สะบัดปัดฝุ่นออกไปจนหมด

คุณได้ยินเสียงของฉันไหม เสียงนั้นมันเข้าหูคุณบ้างหรือเปล่า

มันดังลั่นดั่งสายฟ้าฟาดที่จะมาไหวตรงที่คุณเหยียบอยู่ [เสียงของเธอแสดงถึงความแข็งแกร่งที่เธอยังมีอยู่ การพูดถึงสายฟ้าเป็นการอิงถึงเพลง Firework อีกหนึ่งเพลงให้กำลังใจของเธอ มีท่อนที่ร้องว่า ‘Like a lightning bolt, your heart will blow’]

 

 

ถึงคุณเหยียบฉันจนจมดิน แต่ฉันก็ยังยืนขึ้นไหว

พร้อมดาหน้า เพราะที่ผ่านมามันเหลืออด

ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว รู้เช่นเห็นชาติหมดแล้วว่าอะไรเป็นอะไร [เธอทราบดีแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ไม่มีทางที่เธอจะยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำอีก]

 

I got the eye of the tiger, the fighter

Dancing through the fire

Cause I am a champion, and you’re gonna me hear roar

Louder, louder than a lion

Cause I am a champion, and you’re gonna hear me roar!

ฉันมีดวงตาแห่งพยัคฆา ฉันเป็นนักสู้ [ดวงตาแห่งเสือที่แท้จริงมีอยู่ 2 แห่งบนตัวเสือ สังเกตว่าขณะที่เสือซุ่มจะโจมตีเหยื่อนั้น ใบหูทั้ง 2 จะลู่ไปข้างหน้า ทำให้จุดสีขาวบนใบหูแต่ละข้างกางขึ้น มองเหมือนกับเป็นดวงตาอีกคู่หนึ่ง ดังนั้น ดวงตาบนใบหน้าของเสือจับจ้องไปที่เหยื่อ และดวงตาบนใบหูมองจ้องไปด้านหลังทำให้บรรดาศัตรูไม่กล้าเข้ามาตลบหลัง การที่เธอใช้ดวงตาแห่งเสือเป็นตัวแทนความแข็งแกร่งภายในของเธอก็คือ เธอสามารถไปถึงเป้าหมายของเธอแบบไม่พลาดเป้า ในขณะที่จะไม่มีใครหรืออะไรมาฉุดรั้งเธอไว้ได้เช่นกัน]

 

 

โลดแล่นผ่านเปลวอัคคี [เปลวไฟหมายถึงอันตราย สิ่งชั่วร้าย และความท้าทายที่เธอประสบมา และถ้าจะให้เชื่อมโยงกับ Teaser ประกอบอัลบั้มตัวแรกที่เธอเอาไฟจุดเผาวิก หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เธอประสบมาได้เผาตัวตนเดิมที่แสนหวานไม่ทันคนของเธอออกไป และเป็นคนใหม่ที่แกร่งกว่า]

 

 

เพราะฉันคือผู้ชนะ และคุณจะได้ยินฉันร้องคำราม... [เสียงคำรามเป็นตัวแทนบ่งบอกว่า เธอเปลี่ยนจาก Cat เป็น Tiger เรียบร้อย]

กึกก้องและกังวานกว่าเสียงของราชสีห์ [จากการศึกษา สิงโตเป็นสัตว์ที่ร้องได้ดังที่สุดในบรรดาสัตว์โลก มันสามารถคำรามดังไปไกลกว่า 5 ไมล์โดยรอบ ถ้าเสียงคำรามเธอได้ดังมากกว่าสิงโต ไม่ใช่หมายถึงว่าดังไปเป็นระยะ 10 หรือ 100 ไมล์ แต่มันดังไกลไปทั่วโลกต่างหาก]

เพราะฉันคือผู้ชนะ และคุณจะได้ยินฉันร้องคำราม...

 

Oh oh oh oh oh oh oh oh (3x)

You’re gonna hear me roar!

คุณจะได้ยินฉันร้องคำราม

 

Now I’m floating like a butterfly

Stinging like a bee I earned my stripes

I went from zero, to my own hero

เวลานี้ฉันตีปีกบินราวกับเป็นผีเสื้อ

ต่อยเจ็บอย่างกับผึ้ง มีริ้วลายเป็นของตัวเอง [2 ท่อนแรกนี้ เธอได้ตัดมาจากคำพูดของนักมวยสัญชาติอเมริกัน Muhammad Ali ที่เคยกล่าวเอาไว้ถึงการขึ้นชกนัดสำคัญใน The Rumble in the Jungle และเขาสามารถเอาชนะน็อคคู่ชกอย่าง George Foreman ว่า…

 

 

‘I’m gonna float like a butterfly and sting like a bee

George can’t hit what his hands can’t see

Now you see me, now you don't

He thinks he will but I know he won't

They tell me George is good but I’m twice as nice

And I’m gonna stick to his butt like white on rice

Cassius is the greatest of all time, of all time’

‘ผมจะบินไปได้อย่างผีเสื้อและต่อยให้เจ็บเหมือนกับผึ้ง

จอร์จต่อยสิ่งที่แขนเขามองไม่เห็นไม่ได้หรอก

ตอนนี้คุณเห็นผม... ต่อมาก็ไม่เห็นแล้ว

เขาคิดว่าเขาคงมองเห็น แต่ผมรู้ว่ายังไงก็ไม่

ใครต่อใครบอกว่าจอร์จมวยดีกว่าผม แต่ผมว่าผมดีกว่าเป็นเท่าตัว

ผมจะไล่อัดเข้าแบบไม่ให้ห่าง

แคสเซียส (ชื่อตั้งแต่เกิดของ Muhammad Ali คือ Cassius Marcellus Clay, Jr.) ยิ่งใหญ่ที่สุด และจะยิ่งใหญ่ตลอดไป’

 

 

ทีนี้คงได้ทราบกันแล้วนะว่าทำไมการแสดงบน VMAs 2013 ของเธอจึงเป็น Theme สังเวียนมวย นอกจากนี้ ริ้วลายของผึ้งที่กล่าวถึงหมายถึงสีสันและลวดลายบนตัวผึ้ง เมื่อผึ้งโตเต็มวัย ริ้วลายทีเกิดขึ้นมาแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีไว้เพื่อป้องกันตัวเองจากสัตว์อื่นที่จะเข้ามาทำร้าย ทำให้สัตว์อื่นๆ รู้ว่าผึ้งอันตราย

 

 

แต่ถ้าเป็นคน Stripes น่าจะหมายถึง Service Stripes หรือ บั้งยศที่อยู่บนหัวไหล่ของทหาร เช่น นาวิกโยทิน หรือ Marine จึงทำให้เรานึกถึง MV Part of Me ที่เธอเปลี่ยนตัวเองเป็นทหาร ในสหรัฐอเมริกา ทหารหน่วยรบจะได้รับ Service Stripe ขึ้นมา 1 บั้ง ทุกๆ 3 ปี ทหารเรือ หน่วยป้องกันชายฝั่ง และนาวิกโยธิน จะได้รับบั้งยศเพิ่ม 1 บั้ง ทุกๆ 4 ปี ดังนั้น Stripes ในความหมายต่อเพลงก็คือพัฒนาการ ประสบการณ์ และความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาของเธอ]

ฉันเริ่มต้นมาจากศูนย์ จนก้าวมาเป็นวีรบุรุษของตัวเอง [เธอเคยถูกมองข้ามจากค่ายเพลง 3 แห่ง ก่อนที่ Capitol เห็นแววและคาดหวังให้เธอเป็นได้อย่าง Kelly Clarkson และ Avril Lavinge และเธอก็ประสบความสำเร็จทั้งยอดขายและรางวัลทางดนตรีต่างๆ เสียด้วย]

 

You held me down, but I got up (hey!)

Already brushing off the dust

You hear my voice, you hear that sound

Like thunder, gonna shake your ground

You held me down, but I got up (hey!)

Get ready cause I had enough

I see it all, I see it now

คุณเหยียบฉันจนจมดิน แต่ฉันก็ยังลุกขึ้นไหว

แต่ไม่ทันไรฉันก็สะบัดปัดฝุ่นออกไปจนหมด

คุณได้ยินเสียงของฉันไหม เสียงนั้นมันเข้าหูคุณบ้างหรือเปล่า

มันดังลั่นดั่งสายฟ้าฟาดที่จะมาไหวตรงที่คุณเหยียบอยู่

ถึงคุณเหยียบฉันจนจมดิน แต่ฉันก็ยังยืนขึ้นไหว

พร้อมดาหน้า เพราะที่ผ่านมามันเหลืออด

ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว รู้เช่นเห็นชาติหมดแล้วว่าอะไรเป็นอะไร

 

I got the eye of the tiger, the fighter

Dancing through the fire

Cause I am a champion, and you’re gonna hear me roar

Louder, louder than a lion

Cause I am a champion, and you’re gonna hear me roar!

ฉันมีดวงตาแห่งพยัคฆา ฉันเป็นนักสู้

โลดแล่นผ่านเปลวอัคคี

เพราะฉันคือผู้ชนะ และคุณจะได้ยินฉันร้องคำราม...

กึกก้องและกังวาลกว่าเสียงของราชสีห์

เพราะฉันคือผู้ชนะ และคุณจะได้ยินฉันร้องคำราม...

 

Oh oh oh oh oh oh oh oh (3x)

You’re gonna hear me roar!

Oh oh oh oh oh oh oh oh (3x)

You’re gonna hear me roar!

คุณจะได้ยินฉันร้องคำราม

คุณจะได้ยินฉันร้องคำราม

 

Roar, roar, roar, roar, roar...!

 

I got the eye of the tiger, the fighter

Dancing through the fire

Cause I am a champion, and you’re gonna hear me roar

Louder, louder than a lion

Cause I am a champion, and you’re gonna hear me roar!

ฉันมีดวงตาแห่งพยัคฆา ฉันเป็นนักสู้

โลดแล่นผ่านเปลวอัคคี

เพราะฉันคือผู้ชนะ และคุณจะได้ยินฉันร้องคำราม...

กึกก้องและกังวานกว่าเสียงของราชสีห์

เพราะฉันคือผู้ชนะ และคุณจะได้ยินฉันร้องคำราม...

 

Oh oh oh oh oh oh oh oh (3x)

You’re gonna hear me roar!

Oh oh oh oh oh oh oh oh (3x)

You’re gonna hear me roar!

คุณจะได้ยินฉันร้องคำราม

คุณจะได้ยินฉันร้องคำราม

 

แหล่งข้อมูลประกอบบทแปล

http://en.wikipedia.org

http://wiki.answers.com

http://m.mtv.com

http://www.youtube.com

http://www.entertainmentwise.com

http://www.omg-facts.com

http://dict.longdo.com

http://pantip.com

http://www.buffalosoldiers-washington.com

http://popcrush.com/

http://www.comicvine.com

http://comicbookrealm.com

https://encrypted-tbn1.gstatic.com

 

***Open for Comments and Suggestions***

 

บทแปลเพลงอื่นๆ ของ Katy Perry โดย Lyrics on Top

 

บทแปลเพลง Wide Awake ของ Katy Perry


Comment

Comment:

Tweet

#6 By (37.239.46.10|37.239.46.10) on 2014-08-24 07:50

#5 By (67.17.219.20|67.17.219.20) on 2014-08-22 06:19

Okay this YouTube video is much enhanced than last one, this one has pleasant picture feature as well as audio. cadafbakddgdgkdg

#4 By (88.149.174.29|148.251.92.48, 88.149.174.29) on 2014-07-26 00:21

นอกจากจะแปลให้ได้รู้ความหมายแล้วยังมีอธิบายให้เข้าใจที่มาที่ไปด้วย ขอบคุณจากใจค่ะbig smile big smile big smile big smile big smile

#3 By Tang (171.99.100.50|171.99.100.50) on 2014-02-26 13:39

This is the best music forme

#2 By (49.49.189.73|49.49.189.73) on 2014-02-19 01:28

ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้มากมาย

#1 By Tanya (49.230.174.39) on 2013-10-21 19:55