RiRi เป็นอีกหนึ่งคนที่ขอกระโจนลงอ่างน้ำตาม Britney ใน MV เพลง Everytime และ Taylor Swift ใน MV เพลง Back to December และก็เป็นไปตามแบบฉบับที่ว่า มีลงแช่อ่างเมื่อไหร่ ก็ต้องมีเรื่องเศร้าเสมอ แต่ที่ดูแปลกหูแปลกตาที่สุดน่าจะเป็น RiRi เพราะนานๆ ทีจะได้เห็นในรูปโฉมสุดธรรมดา แถมยังสลัดเสื้อผ้ารัดติ้วออกแล้วลงไปนอนเปลือยกายแช่ทั้งน้ำอาบและน้ำตา

 

 

 

ไม่ใช่ว่า RiRi จะเอาแต่เปลือยกายแต่เพียงเพราะอยากโชว์เรือนร่างของเธอ แต่นั่นหมายถึงการเปลือยภาวะทางจิตใจของเธออีกด้วย ด้วยเนื้อหาของเพลงที่ใช้เสียงทำนองว่าเป็นคนกำลังหมดอาลัยตายอยาก ทั้ง RiRi และ Mikkey Ekko ต้องการเสนอปมในใจที่ทำให้ทั้งสองคนอเนจอนาถกับความรักของพวกเขาทั้ง 2 ครั้งนี้

 

 

RiRi นอนเปลือยเปล่าและปล่อยให้ทั้งร่างกายและจิตใจจมลงไปสู่ความเยือกเย็นของน้ำ ความโศกเศร้าและหดหู่ของอารมณ์ได้แสดงออกทางสีหน้า รวมถึงแววตาที่บางทีเหมือนจะหันมาสบตากับผู้ชม ปากคอยพึมพรำเพลงบ้าง หยุดเพราะฉุกคิดบ้าง ทั้งใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอาง ขอบปากสีซี๊ด เล็บมือยาวสีขาว ทำให้เห็นได้ถึงสภาพจิตใจของเธอ แต่สิ่งที่ทั้งเพลงและ MV ต้องการจะให้มองเห็นจริงๆ คือก้อนเนื้อในอกหรือในใจสื่อให้เห็นถึงของปัญหาความรักเรื้อรังที่มันหนักหนาและเธอกำลังต้องการความช่วยเหลือ และคนที่สามารถช่วยเธอได้นั่นก็คือคนรักของเธอนั่นเอง

 

 

Stay

อยู่ต่อ 

 

[RiRi]

All along it was a fever

A cold sweat hot headed believer

I threw my hands in the air said show me something

He said if you dare come a little closer

Round and around and around and around we go

Oh now tell me now tell me now tell me now you know

ตลอดเวลาที่ผ่านมามันก็เป็นเหมือนไข้หวัดรุมเร้า [เธอเปรียบความรักของทั้งเขาและเธอเหมือนกับพิษไข้ที่รุมเร้ากัดกินหัวใจของเธอเอง]

ความรู้สึกที่มีให้ล้วนเปี่ยมไปด้วยแรงรักแรงศรัทธา [ท่อนนี้เป็นท่อนต่อจากด้านบนแสดงให้เห็นเหตุผลที่เธอต้องทุกข์ทรมานแบบนี้ก็เป็นเพราะเธอได้มอบทั้งกายและใจให้คนรักไปทั้งหมด ‘hot-headed believer’ แปลว่า ผู้ที่มีศรัทธาอย่างแรงกล้า มักใช้ในเกี่ยวทางกับศาสนา แต่ในเพลงนี้ใช้กับผู้ที่มีศรัทธาในความรัก]

ฉันได้ชูมือขึ้นแล้วบอกว่า ‘ไหนลองแสดงความรักให้เห็นหน่อย’ [นัยของสิ่งที่เธอพูดหมายถึงความรัก ซึ่งเธอต้องให้การคนรักของเธอแสดงออกให้เธอเห็น]

เขาตอบกลับมาว่า ‘ถ้าแน่จริงก็เข้ามาใกล้ๆ อีกนิดสิ’ [ลองนึกภาพตามว่า หลังจากที่เธอได้ชูมือขึ้นแล้วคนรักของเธอดึงตัวเธอเข้าไปให้ใกล้ขึ้นเพื่อแสดงบทรัก นั่นหมายความว่า ต่อให้เธอทุกข์และขมขื่นกับความรักมากขนาดไหน เธอก็ยังยอมอ่อนต่อคนรัก ยอมกลับไปมีความสุขเพียงชั่วครู่ ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าต้องกลับมาเจ็บอีกหน เหมือนกับที่จะพูดถึงในท่อนถัดไป]

รักของเราก็เป็นไปแบบนี้ วนเวียนอยู่แบบนี้ไม่รู้จบ [ความรักของเขาและเธอเริ่มจาก รักใคร่ มีปากเสียง เลิกรา และยอมกลับมาคบหากันมัน วนเวียนเป็นวัฏจักรเจ็บๆ อยู่แบบนี้อย่างไม่จบไม่สิ้น]

‘ไหนลองบอกกับฉันหน่อยได้ไหม บอกหน่อยได้ไหมว่าเธอรู้แล้วว่าเราทำอะไรผิดไป’ [เมื่อคู่รักที่ระหองระแหงและเลิกรากัน แต่หลังจากนั้นกลับมาคบกันใหม่ ต่างคนต่างก็จะคาดหวังว่าอีกฝ่ายคิดได้แล้วว่าจะแก้ปัญหาความไม่เข้าใจกันที่ผ่านมาได้อย่างไร และในตอนนี้เธอคาดหวังว่าคนรักของเธอรู้แล้วว่าต้องปรับต้องแก้อย่างไร]

 

Not really sure how to feel about it

Something in the way you move

Makes me feel like I can't live without you

And it takes me all the way

I want you to stay

ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนี้ฉันรู้สึกอย่างไร [ถ้าจะมองในเรื่องของความรู้สึกต่อความสัมพันธ์ก็ได้เพราะที่ผ่านมาเธอต้องเจ็บมาตลอด ต่อให้ตอนนี้เธอรู้สึกได้ถึงความรักจากคนรักของเธอ แต่จะมองในเรื่องของรสรักก็ได้เช่นกัน เพราะส่วน verse ก่อนหน้านี้เป็นภาพระหว่างเธอและคนรักกำลังจะร่วมรักกัน]

กับสิ่งที่เธอกำลังทำให้ฉัน [สามารถมองทั้งความรักหรือรสรักได้เช่นกัน]

แต่ที่รู้สึกได้คือว่าฉันคงอยู่ต่อไปโดยไม่มีเธอคงไม่ได้

ความรู้สึกนี้มันทำให้ฉันเตลิดไปไกล [เมื่อมีความสุขจากความรัก ไม่ว่าคนรักจะทำอะไรให้ก็รู้สึกดีไปหมด]

ฉันอยากให้เธอกับฉันอยู่ด้วยกันต่อไป

 

[Mikky Ekko]

It's not much of a life you're living

It's not just something you take it's given

Round and around and around and around we go

Oh now tell me now tell me now tell me now you know

ที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้ยังเรียกว่าใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ได้หรอก

ส่วนเรื่องความรัก ตบมือข้างเดียวคงไม่ดัง เพราะผมมีความรักให้กับคุณเช่นกัน

รักของเราก็เป็นไปแบบนี้ วนเวียนอยู่แบบนี้ไม่รู้จบ [เขารู้สึกเช่นเดียวกันกับเธอ]

‘ไหนลองบอกกับผมหน่อยได้ไหม บอกหน่อยได้ไหมว่าคุณรู้แล้วว่าเราทำอะไรผิดไป’ [แล้วก็ยังคาดหวังสิ่งเดียวกัน]

 

Not really sure how to feel about it

Something in the way you move

Makes me feel like I can't live without you

And it takes me all the way

I want you to stay

ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนี้ผมรู้สึกอย่างไร

กับสิ่งที่คุณกำลังทำให้ผม

แต่ที่รู้สึกได้คือว่าผมคงอยู่ต่อไปโดยไม่มีคุณคงไม่ได้

ความรู้สึกนี้มันทำให้ผมเตลิดไปไกล

ผมอยากให้คุณกับผมอยู่ด้วยกันต่อไป

 

[Rihanna และ Mikky Ekko]

The reason I hold on

Cause I need this hole gone

Funny you're the broken one

But I'm the only one who needed saving

Cause when you never see the light

It's hard to know which one of us is caving

เหตุผลที่ฉัน(ผม)เลือกที่จะประคับประคองกันไว้…

ก็เพราะฉัน(ผม)จะเติมหลุมนี้ให้เต็ม [ทั้งสองคนเลือกที่จะอยู่ด้วยกันเพื่อรักษาแผลใจของทั้งสองฝ่ายให้หายดี]

แต่มันก็แปลกอยู่ที่เธอ(คุณ)เอาแต่คิดตัวเองเสียอกเสียใจอยู่ฝ่ายเดียว

ทั้งๆ ที่ฉัน(ผม)ต่างหากที่เป็นคนต้องให้เธอ(คุณ)ช่วย

ทั้งหมดก็เป็นเพราะเธอ(คุณ)ไม่เคยลืมตาดูสิ่งรอบข้างเลย

เอาหลับหูหลับตาอยู่แบบนี้มันก็คงยากที่เธอ(คุณ)จะมองเห็นว่าแท้ที่จริงแล้วใครกันแน่เป็นฝ่ายทุกข์ทรมานใจ [ท่อนทั้ง 4 ท่อนที่ทำตัวหนาไว้ทั้งหมดคือ climax ของเพลง ถือว่าเป็นส่วนที่ลึกซึ้งที่สุดของปัญหาความรักของทั้งคู่ เพราะเป็นความจริงของชีวิตรัก เวลาความรักถึงจุดสะดุด มันก็แปลกที่ต่างคนต่างเอาแต่คิดว่าตัวเองนี่แหละที่เป็นฝ่ายต้องทุกข์ทรมานใจเพราะคนรัก คนรักมันไม่ดี มันเลว แต่หารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายนั้นก็เป็นฝ่ายเสียใจไม่ต่างกัน ในเพลงนี้พยายามสะท้อนให้เห็นว่า อีกฝ่ายรักตัวเองมากกว่าคนรัก เห็นปัญหาและความรู้สึกของตัวเองสำคัญกว่าสิ่งอื่นจนลืมไปว่าความรู้สึกของอีกคนต้องการการดูแลเช่นกัน ความเห็นแก่ตัวก็เหมือนกับการปิดตาตัวเองไว้ไม่มองรอบด้านจึงทำให้มองไม่เห็นอีกคนหนึ่งที่ต้องนั่งเสียใจอยู่เหมือนกัน และอาจจะสาหัสสากรรจ์มากกว่าด้วย]

 

Not really sure how to feel about it

Something in the way you move

Makes me feel like I can't live without you

And it takes me all the way

I want you to stay

Stay

I want you to stay

ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนี้ฉันรู้สึกอย่างไร

กับสิ่งที่เธอกำลังทำให้ฉัน

แต่ที่รู้สึกได้คือว่าฉัน(ผม)คงอยู่ต่อไปโดยไม่มีเธอ(คุณ)คงไม่ได้

ความรู้สึกนี้มันทำให้ฉัน(ผม)เตลิดไปไกล

ฉันอยากให้เธอกับฉันอยู่ด้วยกันต่อไป

อยู่ต่อ...

อยู่ด้วยกันต่อไป

 

*****Open for Suggestions and Comments*****

 

 

Information Sources

 http://popcrush1057.com

http://mtv.com

http://www.justjared.com

http://www.rickey.org

http://dict.longdo.com

http://guru.sanook.com

http://www.youtube.com

http://thefreedictionary.com

http://google.co.th


Comment

Comment:

Tweet

แปลได้เจ๋งมากครับ ชอบมาก ผมว่าความรักของหลายๆ คู่มักเป็นแบบนี

#11 By pentor (103.7.57.18|27.55.8.118) on 2013-05-22 20:43

ขอบคุณสำหรับคำแปลค่ะ ซึ้งมากๆ

#10 By calculuslover on 2013-05-12 21:45

ฟังตอนแรกชอบมากค่ะ ตีความหมายเองก็ได้อยู่ แต่พอมารู้ความละเอียดทั้งหมดของเนื้อเพลงอ่านแล้วน้ำตาจะไหลค่ะ  ขอบคุณมากนะคะ ที่แปลได้ลึกซึ้งขนาดนี้

#9 By kiki (103.7.57.18|223.207.28.55) on 2013-05-10 00:10

ขอบคุณมากๆครับบconfused smile confused smile

#8 By 'toN (103.7.57.18|223.206.44.93) on 2013-04-05 10:07

แปลได้ เห็นภาพมาก ๆ ครับ ฟังเพลงเพราะขึ้นอีกหลายยเท่าเลย

#7 By art (103.7.57.18|124.121.99.222) on 2013-03-31 00:44

แปลได้ลึกซึ้งมากครับ

#6 By Winflag (103.7.57.18|124.121.234.135) on 2013-03-06 13:09

จะสือเป็นนัยๆ ถึงพ่อ Chris Brown ป่าวเนี่ย

#5 By รักเทอที่สุด (103.7.57.18|182.53.253.48) on 2013-03-02 19:45

Hot!  ฟังเพลงแล้วเพราะ
ติดมาก ฟังครั้งเดียวยังติดขนาดนี้
พอรู้คำแปลมาบ้าง แต่ไม่เข้าใจ
พอมาอานบทความนี้แล้วแบบ
โอ้วว รีฮานลึกซึ้ง *-*

#4 By Yundori on 2013-02-21 21:36

คำแปลทำให้ชอบเพลงมากค่ะ ลึกซึ้ง T^T

#3 By Pan (103.7.57.18|101.51.117.103) on 2013-02-16 23:18

ลึกซึ้งมาก 

#2 By somnow (103.7.57.18|124.121.117.122) on 2013-02-15 14:21

Hot!

#1 By dp on 2013-02-14 14:38