บทแปลเพลง Wide Awake ของ Katy Perry

posted on 28 Jul 2012 00:16 by roxamine in Katy

 

 

นับว่าปิดฉาก Teenage Dream ได้อย่างงดงาม ซึ่งสาว Katy Perry ได้หมายมั่นปั้นมือไว้เป็นที่เรียบร้อยอยู่นานมาแล้วว่าจะใช้ Wide Awake เป็นเพลงประกอบหลักของ Katy Perry: Part of Me ที่เล่าเรื่องส่วนหนึ่งของชีวิตของเธอ สื่ออารมณ์ในแง่มุมต่างๆ และที่จะลืมนำเสนอไปไม่ได้เลยนั่นก็คืออารมณ์โศกกับประสบการณ์รักของเธอ

 

 

หลายๆ คนอาจมองไม่เห็นสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อออกมาผ่าน MV Wide Awake จนทำให้ต้องดูแล้วดูอีก หรือนำไปคุยกันแล้วคุยกันอีก แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกๆ คนน่าจะคาดเดาได้ตรงกันนั่นก็คือ MV เพลงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธออย่างแน่นอน และคำใบ้ที่ทำให้เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นก็คืองานภาพยนตร์ 3 มิติ Part of Me ของเธอนั่นเอง อย่างไรก็ตามอยากให้อ่านให้จบจนบรรทัดสุดท้าย และจะทราบว่า symbolism ใน MV ล้วนมีความหมายลึกซึ้งแทบทั้งนั้น

 

 

MV ได้เล่าเรื่องรางแนวอัตชีวประวัติของเธอไว้ในหลายๆ แง่มุม ตั้งแต่ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตจากขาวเป็นดำ จากเด็กจนแก่วัย ช่วงชีวิตที่ตกอยู่ในมรสุม รวมถึงการเลิกรากับ Russell Brand ด้วย โดยถ่ายทอดผ่าน Monarch Mind Control หรือการสร้างโลกเสมือนเพื่อควบคุมจิตใจ ในรูปภาพนวนิยาย ภาพเทพนิยาย และภาพชีวิตจริงของเธอ โดยจะมีตัวละครเด็กแทนตัวเธอคอยนำทางให้ตลอดการเดินทาง จากบทสัมภาษณ์ของเธอเองยังเสริมขึ้นมาอีกเช่นกันว่า ‘MV Wide Awake เป็นการเล่าเรื่องราวส่วนตัวของเธอที่เธอได้ผ่านอะไรมากมาย’ แต่ถ้ามองโดยทั่วไป สิ่งที่เธอต้องการจะสื่อผ่านเพลงและ MV นั้นก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีการเปลี่ยนแปลง มันคือสัจธรรม การที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังได้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และการที่จะรักษามันเอาไว้มันก็ยากอีกเช่นกัน มีสูงก็ต้องมีตกต่ำลง ไม่มีอะไรหวานหอมไปตลอดกาล แต่อย่างไรก็ตามคนเราก็ต้องรวมรวบสติแล้วลุกขึ้นเพื่อใช้ชีวิตต่อไปข้างและยอมรับสภาพความจริงของชีวิตให้ได้

 

 

แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับ Monarch Mind Control หรือการสร้างโลกเสมือนเพื่อควบคุมจิตใจ วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันในหลายๆ วัตถุประสงค์ เช่นเพื่อการเข้าไปล่วงความลับในจิตใจของคนอีกคนโดยที่เจ้าของจิตใจตัวเองไม่รู้ตัว ตัวอย่างที่ชัดเจนเลยนั้นก็คือภาพยนตร์เรื่อง Inception และ A Shutter Island หรือเพื่อให้ผู้ที่ถูกควบคุมจิตใจไปทำอะไรอย่างหนึ่ง ตัวอย่างเช่นใช้ให้ไปลอบสังหาร หรือใช้ให้ไปทำงานบริการทางเพศ ตัวอย่างภาพยนตร์ที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ Sucker Punch หรือแม้กระทั่งเพื่อทรมานให้เจ็บปวดทางจิตใจ โดยผู้ที่ใช้วิธีการนี้สามารถเข้าไปในจิตใจของคนที่จะถูกควบคุมได้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเนรมิตอะไรขึ้นมาก็ได้ จนทำให้ตัวผู้ถูกควบคุมเป็นเหมือนคนแปลกหน้าของจิตใจของตัวเองไปเลย จะทำด้วยวิธีการใช้ยาเสพติด ใช้สารที่มีแอลกอฮอล์ สะกดจิต ใช้ไฟฟ้าช็อต หรือเวทมนต์กับผู้ที่ถูกควบคุมก็ได้ ถามว่าทำไมถึงต้องเป็น Monarch Mind Control ก็เพราะมีหลายๆ สิ่งที่ใน MV บอกเอาไว้อย่างชัดเจนนั่นเอง

 

 

ในกรณีของ Katy ใน MV Wide Awake ได้ใช้หลัก Monarch Mind Control หลักเดียวกับที่เหล่าบรรดาการ์ตูนเจ้าหญิงแสนสวยของ Walt’s Disney ใช้ นั่นก็คือการปลูกฝังให้เด็กๆ คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงแห่งเทพนิยายที่อาศัยอยู่ที่ไหนสักแห่ง และคอยเฝ้ารอให้เจ้าชายมารับ มารัก ตัวเองต้องถูกปรนนิบัติอย่างที่เจ้าหญิงควรจะได้รับ คิดว่าโลกใบนี้คือโลกอันสุดแสนจะงดงามสำหรับเธอ แต่ผลที่อาจตามมานั้นก็คือ หากวันหนึ่งเด็กๆ พบความจริงว่าโลกทำกับเธอเหมือนเธอไม่ใช่เจ้าหญิง พ่อแม่ดูแลไม่เหมือนเธอเป็นเจ้าหญิง พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงก็จะเกิดขึ้นมาแทน เด็กจะมีนิสัยอยากแยกตัวออกมาเพื่ออยู่ในโลกของตัวเอง ไม่อยากอยู่กับพ่อกับแม่ และรอเจ้าชายมาช่วยชีวิตออกไปจากโลกเลวร้ายแหง่นี้ ซึ่งส่วนนี้จะสอดคล้องกับเนื้อเพลง Wide Awake ที่เธอสื่อว่าแต่ก่อนเธออยู่แต่กับความฝันและคาดหวังว่าชีวิตและความรักมันจะสวยงาม แต่พอพบความจริงมันกลับไม่ใช่แบบนั้น แต่ในทางกลับกัน เธอไม่ได้หนีปัญหาหรือทำร้ายตัวเอง เธอตั้งสติและใช้ชีวิตต่อไปเพื่อตัวเอง และที่สำคัญเธอได้เรียนรู้แล้วว่ามันไม่มีเจ้าชายขี่ม้าขาวอยู่จริงหรอก มีแต่ตัวเธอเองเท่านั้นแหละที่จะเป็น Survivor สำหรับตัวเองเท่านั้น นั่นหมายความว่า เธอได้เปรียบเอา Monarch Mind Control เหมือนกับชีวิตที่ผ่านมาของเธอ ที่มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่แน่นอน ที่ใครก็ไม่รู้ควบคุมเอาจนเธอไม่รู้จักใจของเธอเองและหาทางออกไม่ถูก

 

เปิดฉาก MV ด้วยวิถีชีวิตการทำงานเธอกับเพลง California Gurls ไปจนถึงการครุ่นคิดอะไรไปในใจคนเดียวของเธอ แสดงให้เห็นว่าทุกๆ วันของเธอตั้งอยู่ระหว่างสีขาวกับสีดำ สีขาวคือความสุขที่เธอมี ส่วนสีดำคือเรื่องที่ MV กำลังจะเล่าให้ฟังหลังจากที่เธอได้มองผ่านกระจกบานที่ตั้งอยู่ตรงหน้าของเธอไป

 

 

การมองผ่านกระจกจะได้ภาพมุมกลับของความจริง หรือว่าภาพเสมือนนั่นเอง เป็นหลักการสำคัญในการแยกผู้ถูกควบคุมจิตใจออกจากโลกแห่งความเป็นจริง หรือเรียกว่า Disassociation เพื่อสร้างตัวตนอีกตัวตน หรืออีกหลายๆ ตัวตนของคนๆ นั้น เรียกว่า Alter เพื่อวัตถุประสงค์อะไรก็ตาม ตัวอย่างที่จะเห็นจาก MV อย่างชัดเจนเลยก็คือ ก่อนหน้าที่เธอจะมานั่งหน้ากระจก เธอได้แสดงเป็นสาวแคลิฟอร์เนีย ผมสีม่วง นั่นคือ Alter หนึ่ง และเธอได้มาถอดวิกออก นั่งหน้ากระจกนั่นก็คืออีก Alter หนึ่ง

 

ภาพของเธอยืนอยู่หน้าทางเข้าทางหนึ่งที่เป็นประตูหินใหญ่ นั่นคือประตูทางเข้าไปหาจิตใจของเธอ ภายในเป็นเขาวงกต Labyrinth เปรียบเสมือนจิตใจของเธอในช่วงชีวิตสีดำที่เต็มไปด้วยในวังวนของปัญหา มีทั้งอุปสรรคสุดอันตรายที่เธอไม่รู้จะเจออะไร และเช่นเดียวกันเธอก็ไม่รู้ว่าทางออกมันอยู่ตรงไหน ณ จุดนี้หมายถึง disassociation สำเร็จ เธอได้เข้ามาในจิตใจของเธอในฐานะคนแปลกหน้า โดยสถานที่นั้นเป็นที่ไหนก็ไม่รู้

 

 

แต่เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เธอกำลังจะสื่อจริงๆ เราต้องมาทำความเข้าใจความแตกต่างระว่าง Labyrinth กับ Maze กันก่อน ที่เธอเลือกใช้ Labyrinth เป็นเพราะ Labyrinth มีเพียงเส้นทางเดียวให้เดินเท่านั้น แต่มีระยะจากจุดเริ่มต้นถึงทางออกที่ยาวมาก ซึ่งหมายถึงว่าช่วงชีวิตนั้นๆ ของเธอมีทางให้เธอเลือกตัดสินใจไปเพียง 1 ทาง และเมื่อเจอปัญหาก็มีเพียง 1 ทางเท่านั้นที่จะทำให้เธอหลุดพ้นไปจากความทุกทรมานนี้ไปได้ แตกต่างจาก Maze ที่มีทางเดินหลายทางให้เลือกเดิน เพราะฉะนั้นคนที่เข้าไปย่อมเลือกตัดสินใจเองได้จะเลือกเดินไปทางได้ ทำให้ MV มีฉากที่เธอถูกกำแพงบีบอัดเธอเข้ามา เปรียบเสมือนความกดดันในช่วงนั้น ก็จะตรงกับทฤษฎี Monarch Mind Control อีกที่ว่าผู้ที่ควบคุมจิตใจสร้างสามารถเนรมิตเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้กับจิตใจของผู้ที่ถูกควบคุม เปรียบเทียบได้กับชะตาชีวิตที่เล่นตลก สร้างความกดดันในจิตใจของเธอ และในส่วนนี้เอง MV อาจจะเชื่อมโยงเรื่องของเธอกับ Russell ก็เป็นได้ ที่ทางออกของความสัมพัทธ์ของทั้งสองที่มีอยู่ทางเดียวนั่นก็คือเลิกรา ส่วนในเนื้อเพลงมีการกล่าวถึงพระเจ้า ซึ่งทางไสยศาสตร์ Labyrinth สามารถหมายถึงระยะทางที่คนๆ หนึ่งจะไปพบกับพระเจ้าได้

 

Labyrinth: มีเพียงเส้นทางเดียวให้เลือกเดินได้

 

Maze: มีหลายเส้นทางให้เลือกเดิน

 

เธอรู้แล้วว่าเธอไม่มีทางจะออกไปจากวังวนอันมืดมนแห่งนี้ได้แน่นอน แต่ด้วยโชคชะตาชีวิตที่ไม่มีวันดำมืดไปทั้งชีวิต ทำให้เธอมองเห็นผลสตรอเบอรี่สีแดงสดผลหนึ่งที่เมื่อเธอลองกัดเข้าไปแล้วทำให้มีพลังในการยิงพลุออกจากอกขึ้นไปบนฟ้าแบบเดียวกับที่เธอทำใน Firework เพื่อเป็นการขอความช่วยเหลือ และร่างของเด็กสาว Katheryn Elizabeth Hudson วัย 8 ขวบก็ปรากฏออกมาหลังบานกำแพงหนา

 

 

ในหลักการของ Monarch Mind Control นอกจากเป็นการแยกผู้ถูกควบคุมจิตใจออกจากโลกความจริงแล้ว ยังเป็นการแยกคนๆ นั้นออกจากตัวตนที่แท้จริงของเขาหรือ Core Persona อีกด้วย ซึ่งใน MV นั้น Katheryn คือ Core Personaของ Katy ซึ่งมีบุคลิก ศรัทธา และความเชื่อมั่นเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอทุกอย่าง และที่บอกว่าชะตาชีวิตคนเราไม่ได้มืดดำสนิทไปตลอดแม้กระทั่งมีความทุกข์ก็ตาม เพราะเธอได้มีโอกาสเชื่อมต่อกับ core persona อีกครั้งในการฝ่าวิกฤติครั้งนี้

 

 

ทั้งเธอที่สวมใส่ชุดที่เต็มไปด้วยฝูงผีเสื้อซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึง Monarch Mind Control (Monarch หมายถึง ปีกผีเสื้อ จะสังเกตได้ว่าปีกทั้ง 2 ข้างมันลายเดียวกัน แต่กลับกันเหมือนกับปีกข้างหนึ่งส่องกระจกอยู่) และ Core Persona ของเธอได้พากันหาทางออกจาก Labyrinth ได้พบห้องที่เต็มไปด้วยกระจก และเมื่อภาพที่ปรากฏบนกระจกแต่ละบานคือภาพของเธอคนเดียวเท่านั้น ไม่มี Katheryn นั่นทำให้เห็นว่าสิ่งที่เราทำความเข้าใจมาตั้งแต่แรกมันถูกต้อง นี่คือ Monarch Mind Control และ Katheryn เป็น Core Persona ของเธอซึ่งไม่มีตัวจนอยู่จริง ส่วนพื้นห้องเป็นตารางสีขาวและดำ แสดงถึง Duality ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของวิธีการนี้

 

 

หลังบานกระจกเป็นวงล้อม Paparazzi ที่สำหรับเธอแล้วมันน่าเกลียดน่ากลัวเสียอย่างกับ Freddy Krueger ในส่วนนี้อาจเปรียบได้ถึงการที่ชีวิตประจำวันของเธอถูกคุกคามอย่างรุนแรงจากเหล่า Paparazzi จึงสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ Monarch Mind Control นั่นคือการทรมานใจให้ผู้ที่ถูกควบคุมจิตใจทนไม่ไหว จนกระทั่งอาละวาดในจิตใจของตัวเอง โดยเธอได้ทุบกระจกทิ้งจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมมีผีเสื้อบินออกจากชุดของเธอ ส่วนนี้เรียกว่า Breaking Program ซึ่งผู้ที่ถูกควบคุมจิตใจจะตอบสนองออกมาเมื่อถูกทรมานใจรุนแรง และ Monarch Mind Control จะสิ้นสุดลง

 

 

ภาพตัดมาสู่โลกความเป็นจริงที่เธอนั่งรถเข็นมือถือผลสตรอเบอรี่เอาไว้ ในช่วงนี้คงเป็นช่วงที่ทำให้หลายๆ คนงงที่สุดว่า ตอนนี้ Katy คือใคร เป็นใคร ก็ต้องขออธิบายอีกครั้งว่า เธอเปรียบชีวิตของเธอกับ Monarch Mind Control วิธีนี้ได้แยกเธอออกจากความจริงและตัวตนของเธอ เพื่อสร้างตัวเธออีกหลายๆ ตัวมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไรก็ตาม คนที่นั่งรถเข็นนั้นคือเธอในโลกของความเป็นจริง Katheryn เป็น Core Persona หรือตัวตนของเธอที่แท้จริงที่ปกติต้องถูกแยกออกไปในการทำ Monarch Mind Control เพื่อที่จะสร้าง Alter คือตัวเธอที่ถูกสร้างขึ้นมา ซึ่งในการทำ Monarch Mind Control จะสร้างตัวตนของเธอมาสักกี่รูปแบบก็ได้ ตัวอย่างเช่น Alter แรกของเธอคือเธอที่ถ่าย MV California Gurls และ Alter ต่อมาคือตัวตนของเธอในห้องแต่งตัว

 

และภาพของ Katy วัย 27 ที่อยู่บนรถเข็น ดูไม่สมบุกสมบันนัก เป็นสภาพปกติของผู้ที่ถูกควบคุมจิตใจที่ถูกทรมานให้บอบช้ำทางจิตใจ ซ้ำต้องมาพบกับ Minotaur ที่ทำตัวเป็นทหารคุมบริเวณไม่ให้ทั้ง 2 Katy ผ่านไป Minotaur ทั้ง 2 อาจจะหมายถึงคน 2 คนที่มีส่วนทำให้ชีวิตเธอต้องมาเป็นแบบนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม Katheryn ได้ก้าวขึ้นสู้ใช้แรงระเบิดปะทะกับเหล่า Minotaur จนทำให้ทั้ง 2 หนีออกมาจากเขาวงกต Labyrinth ได้

 

 

ก่อนที่จะไปต่อ ขอกลับไปดูที่มือของ Katy ตอนนั่งรถเข็นก่อน เธอได้ถือผลสตรอเบอรี่เอาไว้เสมอ แม้แต่ในจิตใจของเธอก่อนหน้านี้ยังมีผลสตรอเบอรี่ปรากฏอยู่เลย เป็นการเฉลยเลยว่า Monarch Mind Control ครั้งนี้ทำในรูปแบบของการใช้ยาเสพติด ก็ต้องมองต่อไปว่ายาเสพติดนี้หมายถึงอะไร... เคยได้ยินหรือเปล่าว่า ‘Your love is my drug’ หรือ ‘ความรักของเธอคือยาที่ฉันเสพติด’ ทำให้คลายข้อสงสัยไปได้อีกหนึ่งจุด ที่บอกว่าชีวิตเล่นตลกกับเธอเพราะเธอยึดมั่นกับความรักมากจนเกินไปจนไม่มองอะไรอย่างอื่น คาดหวังกับมันว่ามันจะทำให้เธอมีความสุข

 

 

ทั้งประสบการณ์ต่างๆ อันโหดร้ายในชีวิตของเธอ รวมทั้ง Katheryn ที่เป็นตัวตนขอเธอ ทำให้เธอฉุกคิดได้ว่า ชีวิตมันไม่อะไรแน่นอน จะไปคาดหวัง จะไปลุ่มหลงอะไรกับสิ่งที่มันสัมผัสไม่ได้ โชคชะตาชีวิตมันมีขึ้นก็ต้องมีลง มีขาวก็ต้องมีดำ เธอต้องใช้สติในการใช้ชีวิตเพื่อตัวของเธอเอง รักตัวของเธอเอง แล้วเอาชนะอุปสรรคขวากหนามด้วยตัวของเธอเอง ซึ่งแนวคิดนี้เป็นแนวคิดเดียวกับ Alice ใน Alice in the Wonderland นวนิยายแนว Monarch Mind Control เช่นกัน ที่ Alice ตัวเองของเรื่องตัดสินใจที่จะสู้เพื่อความถูกต้องและความอยู่รอดของทุกคนรวมถึงตัวเองด้วย นั่นเป็นเหตุที่ว่าทำไมหลังจาก Katy และ Katheryn ออกจาก Labyrinth มาแล้วไปโผล่ในดินแดนมหัศจรรย์ตามเรื่อง Alice in Wonderland เลย สื่อให้เห็นว่าเธอนั้นคืออัศวินที่แท้จริง

 

 

เรืองราวเหมือนจะสดใส ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศและสีสันการแต่งตัวของ Katy ทั้ง 2 แต่นิยายของเธอไม่ได้จบลงสมบูรณ์แบบเหมือนนิยายของเด็กทั่วไป เธอได้พบเจ้าชายรูปงามบนหลัง unicorn แต่ก็ไม่ได้รักกันนิรันดร์ ครั้งนี้เธอฉลาดมากขึ้นทำให้สังเกตเห็นสิ่งที่ซ้อนเร้นภายในเจ้าชายผู้นั้น  เธอจึงจัดการแจกหมัดแทนรอยจูบเข้าเต็มๆ ซึ่งแม้กระทั่ง Katheryn หรือความศรัทธาในตัวเธอเองก็อึ้งกับสิ่งที่เธอทำลงไป นั่นหมายถึงว่าเธอก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าเธอจะผ่านจุดตกต่ำที่สุดของชีวิตเธอมาได้ และสุดท้ายแล้วโลกทั้งใบของเธอก็สดใสงดงาม เป็นกำลังใจให้เธอใช้ชีวิตและทำงานต่อไปได้อย่างมีความสุข

 

 

และเธอได้แยกทางกับ Katheryn และกลับเข้าสู้ Alter ของเธอที่อยู่ในห้องแต่งตัว ในมือมีผีเสื้อสีสันสวยงาม นั่นหมายถึงเธอยังอยู่ใน Monarch Mind Control เช่นเดิม

 

 

 

Wide Awake

ตาสว่าง

 

I'm wide awake

I'm wide awake

ฉันตาสว่าง

ฉันตาสว่าง

 

I'm wide awake

Yeah, I was in the dark

I was falling hard

With an open heart

I'm wide awake

How did I read the stars so wrong

ฉันตาสว่างขึ้นมาแล้ว

หลังจากที่อยู่ในความมืดมานาน

ฉันร่วงหล่นลงมาอย่างแรง

กับหัวใจที่เปิดออก [หลังจากที่เธอได้ผ่านพ้นวิกฤตชีวิตร้ายมา เธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเปิดใจว่าเธอคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตเธอสมบูรณ์ขึ้นมาได้]

ฉันได้ตาสว่างสักที

นี่ฉันอ่านดาวผิดไปขนาดนี้ได้ยังไง [เธอไม่เข้าใจว่าที่แล้วมาเธอพลาดไปได้อย่างไร ตัดสินใจผิดได้อย่างไร มองคนผิดไปได้อย่างไร]

 

I'm wide awake

And now it's clear to me

That everything you see

Ain't always what it seems

I'm wide awake

Yeah, I was dreaming for so long

ฉันตาสว่างขึ้นมาแล้ว

และได้เข้าใจอะไรต่อมิอะไรชัดเจน…

ว่าทุกอย่างที่เห็น

มันไม่ได้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็น

และฉันได้ตาสว่างสักที

หลังจากที่ฉันได้นอนหลับฝันมานมนาน [ส่วนใหญ่ๆ ของเพลงจะสื่อถึงความรักของเธอว่าเธอได้คาดหวังว่ามันจะสวยหรูและหอมหวานไปตลอดกาล แต่ตอนนี้เธอได้รู้แล้วว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน และไม่มีอะไรดีไปทั้งหมด]

 

I wish I knew then

What I know now

Wouldn't dive in

Wouldn't bow down

Gravity hurts

You made it so sweet

Till I woke up on

On the concrete

ฉันได้แต่นึกว่าฉันน่าจะได้รู้...

สิ่งที่ฉันรับรู้ตอนนี้ตั้งแต่แรก

จะได้ไม่กระโจนเข้าไป

จะได้ไม่ต้องมาทุกข์ทรมาน [เหมือนกับทุกๆ คนที่ทำอะไรพลาดมา หากเป็นเรื่องความรักก็คงนึกในใจว่าไม่น่าแส่หาเรื่อง ไม่น่าไปรู้จัก ไปน่าไปหลงรัก จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดทุกทรมานเอง]

แรงโน้มถ่วงมันกระชากให้เจ็บปวด

เธอสร้างภาพความรักของเราซะสวยหรู

จนกระทั่งวันที่ฉันได้ตื่นขึ้นมา...

พบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นคอนกรีต [เธอคิดว่าความรักของเธอสมบูรณ์แบบสุดๆ แต่พอมันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดก็เหมือนเธอตกลงมาจากที่สูงและกระแทกพื้นปูนแข็งๆ จนร่างกายและจิตใจของเธอแตกออกเป็นเสี่ยงๆ]

 

Falling from cloud 9

Crashing from the high

I'm letting go tonight

(Yeah I'm) Falling from cloud 9

ฉันตกลงมาจากสวรรค์ชั้น 7

ร่างปะทะกระแทกมาจากที่สูง [Cloud 9 หมายถึงความสุข เปรียบเทียบได้กับสวรรค์ชั้น 7 ของไทย]

คืนนี้อะไรจะเกิดก็คงปล่อยให้มันเกิดไป [เธอได้มีสัจธรรมเกิดขึ้นในใจ อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิดไป เพราะเธอหลงเข้ามาเอง เธอต้องยอมรับให้ได้]

ใช่ ฉันร่วงลงมาจากสรวงสวรรค์

 

I'm wide awake

Not losing any sleep

Picked up every piece

And landed on my feet

I'm wide awake

Need nothing to complete myself

ฉันตาสว่างขึ้นมาแล้ว

หลังจากหลับสนิทอยู่ในภวังค์

ฉันได้เก็บทุกชิ้นส่วนของฉันขึ้นมา

และยืนบนขาของตัวเอง

ฉันได้ตาสว่างสักที

คงไม่ต้องการอะไรมาทำให้ตัวของฉันเองสมบูรณ์อีกแล้ว [เธอคิดได้ว่ามีแต่ตัวเธอเองเท่านั้นที่จะทำเพื่อตัวเธอเองได้ จะไปคาดหวังลมๆ แล้งๆ อะไรกับใคร จะต้องอยู่ในวังวนความทุกข์ไปทำไม]

 

I'm wide awake

Yeah, I am born again

Outta the lion's den

I don't have to pretend

And it's too late

The story's over now, the end

ฉันตาสว่างขึ้นมาแล้ว

และได้เกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกา

ฉันไม่จำเป็นต้องไปทำเพื่อใคร

เพราะว่ามันสายเกินไปแล้ว

เพราะนิยายรักเรื่องเก่ามันถึงคราวอวสาน [สุดท้ายเธอตั้งมันลุกขึ้นสู้โดยสลัดเรื่องเก่า และเปิดรับเรื่องใหม่ ดีแค่ไหนแล้วทีรอดพ้นคนไม่ดีและสิ่งที่ไม่ได้มาได้ และเวลานี้ควรทำเพื่อตัวเอง]

 

 

I wish I knew then

What I know now

Wouldn't dive in

Wouldn't bow down

Gravity hurts

You made it so sweet

Till I woke up on

On the concrete

ฉันได้แต่นึกว่าฉันน่าจะได้รู้...

สิ่งที่ฉันรับรู้ตอนนี้ตั้งแต่แรก

จะได้ไม่กระโจนเข้าไป

จะได้ไม่ต้องมาทุกข์ทรมาน

แรงโน้มถ่วงมันกระชากให้เจ็บปวด

เธอสร้างภาพความรักของเราซะสวยหรู

จนกระทั่งวันที่ฉันได้ตื่นขึ้นมา...

พบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นคอนกรีต

 

Falling from cloud 9

Crashing from the high

I'm letting go tonight (yeah, I'm letting go)

I'm Falling from cloud 9

ฉันตกลงมาจากสวรรค์ชั้น 7

ร่างปะทะกระแทกมาจากที่สูง

คืนนี้อะไรจะเกิดก็คงปล่อยให้มันเกิดไป

ใช่ ฉันร่วงลงมาจากสรวงสวรรค์

 

Thunder rumbling

Castles crumbling

I am trying to hold on

God knows that I tried

Seeing the bright side

But I'm not blind anymore...

I'm wide awake

I'm wide awake

ฟ้าคะนองร้องกึกก้อง [ท้องฟ้าคะนองมืดครึ้มหมายถึงช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมาน ตรงกันข้ามกันคือท้องฟ้าที่สดใสงดงามที่แสดงถึงความสุขและปิติ]

ปราสาทพังทลายเป็นจุล [ปราสาทหมายถึงอนาคตที่พยายามสร้างและคาดหวัง แต่จู่ๆ ความฝันทั้งหมกลับพังทลายลงมา]

ฉันพยายามยืนไว้ให้อยู่ [เธอใช้ศรัทธาและสติในการใช้ชีวิตเพื่อตัวเองต่อไป]

พระเจ้ารับรู้ว่าฉันได้พยายามแล้วที่จะ...

มองให้เห็นด้านดีเอาไว้

แต่ฉันไม่ได้ตาบอดอีกต่อไป [ตาบอดในที่นี้ไม่ได้หมายถึงตาจริงๆ ที่บอด แต่หมายความว่าพระเจ้ารู้ว่าตอนนี้เธอมีศรัทธาในตัวเองขึ้นมาขนาดไหน เธอพยายามใช้แง่ดีให้กำลังใจตัวเอง แต่ไม่ใช่แง่ดีที่มีต่อเรื่องรักเก่าของเธอ เพราะนั่นคือหลอกตัวเอง ซึ่งก็ไม่ต้องกับคนตาบอด ไม่มอง ไม่รับไม่รู้อะไรทั้งสิ้น]

ฉันตาสว่างแล้ว

ฉันตาสว่างขึ้นมาแล้ว

 

Yeah, I'm Falling from cloud 9

Crashing from the high

You know I'm letting go tonight

I'm Falling from cloud 9

ฉันตกลงมาจากสวรรค์ชั้น 7

ร่างปะทะกระแทกมาจากที่สูง

คืนนี้อะไรจะเกิดก็คงปล่อยให้มันเกิดไป

ใช่ ฉันร่วงลงมาจากสรวงสวรรค์

 

I'm wide awake

I'm wide awake

I'm wide awake

I'm wide awake

I'm wide awake

ฉันตาสว่างแล้ว

 

*****Open for Suggestions and Comments*****

Comment

Comment:

Tweet

this is great but I dobnt

#4 By liz (103.7.57.18|101.109.254.2) on 2013-01-15 15:39

Hot! Hot! Hot! big smile

#3 By dp on 2012-07-28 12:46

ครั้งแรกที่ได้ดูMVของเพลงนี้ เราก็คิดว่ามันเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความฝันกับการตื่นขึ้นมาพบกับความจริง
แต่ไม่นึกเลยล่ะค่ะว่าความหมายที่แท้จริงของเพลงนี้จะเป็นชีวิตของเคธี่เอง
เพิ่งจะรู้ด้วยว่าLabyrinthกับMazeมันต่างกันยังไง ฮา

ส่วนตัวสำหรับเราแล้ว Monarch Mind Controlเป็นเหมือนDefense Machanismอีกแบบหนึ่งล่ะค่ะ
ถ้าดูจากว่าการสร้างจินตภาพแบบนั้นขึ้นมาเป็นโลกให้หลบหนีเข้าไปได้ ก็เหมือนกับเป็นการหนีความจริงเพื่อไม่ให้ตัวเองเจ็บปวด
(แต่ขอออกตัวไว้ก่อนว่าก็เพิ่งมารู้จักMonarch Mind Controlแบบลึกๆกว่าที่เคยรู้ก็จากบลอกนี้นั่นแหละค่ะ ฮา)
ซึ่งพอเอามาใช้สำหรับการค้นหาตัวเอง ก็เลยเป็นเหมือนทั้งทางหนีชั่วคราวไปสู่ทางออก

พอมาเห็นว่าMVตัวนี้มีความหมายลึกๆเยอะขนาดนี้ เราก็อดสังเกตดูไม่ได้ว่าแต่ละอย่าง ประกอบฉากเล็กๆน้อยๆก็น่าจะมีความหมายซ่อนอยู่ด้วย
ถ้าดูจากตอนที่เคธี่พบกับKatherynหรือCore Personaของตัวเองครั้งแรก(และต่อๆมาด้วย)
สายตาของKatherynดูดุมาก เป็นสายตาที่ดูแข็งมากสำหรับเด็กวัยนี้
น่าจะสื่อถึงความเข้มแข็งที่แท้จริงของCore Personaของเธอว่าพร้อมที่จะต่อสู้และแน่วแน่
แล้วก็ตอนที่ทั้งคู่จูงมือกันไปที่ด้านหน้ากระจก พื้นด้านหลังก็พังทลายไล่หลังตามมา น่าจะหมายถึงว่าเส้นทางของเธอเหลืออยู่เพียงทางเดียว ไม่อาจย้อนกลับหรือถอยหนีไปได้อีกแล้ว มีแต่ต้องเอาชนะเจ้าสิ่งน่าขยะแขยงในกระจกแล้วก้าวต่อไปเท่านั้น
ส่วนการที่Katherynใช้แรงระเบิดปะทะกับMinotaurทั้งสอง เรามองว่าเป็นการสื่อถึง"การต่อสู้โดยไม่ต้องปะทะโดยตรง"ล่ะค่ะ
เธอเพียงแค่ยืนอย่างตั้งมั่น แสดงออกถึงจุดยืนและพลังของตัวเองให้มั่นคงเท่านั้น ก็ส่งแรงปะทะออกไปทำให้Minotaurหงายหลังล้มตึงได้โดยไม่ต้องเข้าไปทำร้ายเลยสักนิด
แล้วแรงระเบิดจากการตั้งหลักอย่างหนักแน่นในจุดยืนของตัวเองของCore Personaก็ทำให้เคธี่รู้สึกตัวขึ้นมา ลุกขึ้นก้าวไปสู่หนทางต่อไป
อีกจุดนึงที่น่าจะเป็นจุดเล็กๆก็คือการแต่งตัวของเคธี่ที่เรามองว่าเป็นสัญญะอีกอย่างหนึ่งล่ะค่ะ
ถ้าดูจากในการถ่ายทำMV California GirlกับการแสดงTeenage Dreamบนเวทีในตอนท้าย เคธี่จะใส่ชุดที่มีสีสันสดใส เต็มไปด้วยสีสันและการตกแต่งฉูดฉาด
ซึ่งการแต่งตัวนี้น่าจะเป็นAlterของเธอสำหรับความสดใสและกำลังใจ
แต่เมื่ออยู่ในMonarch Mind Control ชุดแรกของเคธี่คือชุดในโทนสีดำ ดูหม่นๆแบบลึกลับ ไม่มีความสดใส
ชุดผีเสื้อของเธอก็เป็นสีโทนน้ำตาลสีเดียว และในชุดสุดท้ายที่ก้าวไปสู่ทางออกก็เป็นชุดแบบเรียบๆ
น่าจะหมายถึงว่า ถึงตัวตนของเธอที่แสดงออกไปให้ใครต่อใครเห็นจะดูเต็มไปด้วยสีสัน โดดเด่น สะดุดตา แต่เนื้อแท้ของเธอคือความเรียบง่ายที่ลุ่มลึก ไม่โดดเด่นแต่ทว่าจับใจ

ขอบคุณสำหรับบทแปลเพลงดีๆที่มีอะไรให้คิดมากกว่าแค่คำแปลของเนื้อเพลงนะคะ
พิมพ์มาซะยาว ไม่รู้ว่าคอมเม้นเขามีจำกัดตัวอักษรไหม... แต่ว่าอ่านแล้วมันอดใจไม่ได้จริงๆค่ะ
Hot! Hot! Hot!
พึ่งจะได้รู้ความหมายที่ซ่อนอยู่นะคะเนี่ย ขอบคุณที่นำมาให้อ่านค่ะbig smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Everine on 2012-07-28 00:54