บทแปลเพลง Wide Awake ของ Katy Perry

posted on 28 Jul 2012 00:16 by roxamine in Katy

 

 

นับว่าปิดฉาก Teenage Dream ได้อย่างงดงาม ซึ่งสาว Katy Perry ได้หมายมั่นปั้นมือไว้เป็นที่เรียบร้อยอยู่นานมาแล้วว่าจะใช้ Wide Awake เป็นเพลงประกอบหลักของ Katy Perry: Part of Me ที่เล่าเรื่องส่วนหนึ่งของชีวิตของเธอ สื่ออารมณ์ในแง่มุมต่างๆ และที่จะลืมนำเสนอไปไม่ได้เลยนั่นก็คืออารมณ์โศกกับประสบการณ์รักของเธอ

 

 

หลายๆ คนอาจมองไม่เห็นสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อออกมาผ่าน MV Wide Awake จนทำให้ต้องดูแล้วดูอีก หรือนำไปคุยกันแล้วคุยกันอีก แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกๆ คนน่าจะคาดเดาได้ตรงกันนั่นก็คือ MV เพลงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธออย่างแน่นอน และคำใบ้ที่ทำให้เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นก็คืองานภาพยนตร์ 3 มิติ Part of Me ของเธอนั่นเอง อย่างไรก็ตามอยากให้อ่านให้จบจนบรรทัดสุดท้าย และจะทราบว่า symbolism ใน MV ล้วนมีความหมายลึกซึ้งแทบทั้งนั้น

 

 

MV ได้เล่าเรื่องรางแนวอัตชีวประวัติของเธอไว้ในหลายๆ แง่มุม ตั้งแต่ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตจากขาวเป็นดำ จากเด็กจนแก่วัย ช่วงชีวิตที่ตกอยู่ในมรสุม รวมถึงการเลิกรากับ Russell Brand ด้วย โดยถ่ายทอดผ่าน Monarch Mind Control หรือการสร้างโลกเสมือนเพื่อควบคุมจิตใจ ในรูปภาพนวนิยาย ภาพเทพนิยาย และภาพชีวิตจริงของเธอ โดยจะมีตัวละครเด็กแทนตัวเธอคอยนำทางให้ตลอดการเดินทาง จากบทสัมภาษณ์ของเธอเองยังเสริมขึ้นมาอีกเช่นกันว่า ‘MV Wide Awake เป็นการเล่าเรื่องราวส่วนตัวของเธอที่เธอได้ผ่านอะไรมากมาย’ แต่ถ้ามองโดยทั่วไป สิ่งที่เธอต้องการจะสื่อผ่านเพลงและ MV นั้นก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีการเปลี่ยนแปลง มันคือสัจธรรม การที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังได้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และการที่จะรักษามันเอาไว้มันก็ยากอีกเช่นกัน มีสูงก็ต้องมีตกต่ำลง ไม่มีอะไรหวานหอมไปตลอดกาล แต่อย่างไรก็ตามคนเราก็ต้องรวมรวบสติแล้วลุกขึ้นเพื่อใช้ชีวิตต่อไปข้างและยอมรับสภาพความจริงของชีวิตให้ได้

 

 

แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับ Monarch Mind Control หรือการสร้างโลกเสมือนเพื่อควบคุมจิตใจ วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันในหลายๆ วัตถุประสงค์ เช่นเพื่อการเข้าไปล่วงความลับในจิตใจของคนอีกคนโดยที่เจ้าของจิตใจตัวเองไม่รู้ตัว ตัวอย่างที่ชัดเจนเลยนั้นก็คือภาพยนตร์เรื่อง Inception และ A Shutter Island หรือเพื่อให้ผู้ที่ถูกควบคุมจิตใจไปทำอะไรอย่างหนึ่ง ตัวอย่างเช่นใช้ให้ไปลอบสังหาร หรือใช้ให้ไปทำงานบริการทางเพศ ตัวอย่างภาพยนตร์ที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ Sucker Punch หรือแม้กระทั่งเพื่อทรมานให้เจ็บปวดทางจิตใจ โดยผู้ที่ใช้วิธีการนี้สามารถเข้าไปในจิตใจของคนที่จะถูกควบคุมได้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเนรมิตอะไรขึ้นมาก็ได้ จนทำให้ตัวผู้ถูกควบคุมเป็นเหมือนคนแปลกหน้าของจิตใจของตัวเองไปเลย จะทำด้วยวิธีการใช้ยาเสพติด ใช้สารที่มีแอลกอฮอล์ สะกดจิต ใช้ไฟฟ้าช็อต หรือเวทมนต์กับผู้ที่ถูกควบคุมก็ได้ ถามว่าทำไมถึงต้องเป็น Monarch Mind Control ก็เพราะมีหลายๆ สิ่งที่ใน MV บอกเอาไว้อย่างชัดเจนนั่นเอง

 

 

ในกรณีของ Katy ใน MV Wide Awake ได้ใช้หลัก Monarch Mind Control หลักเดียวกับที่เหล่าบรรดาการ์ตูนเจ้าหญิงแสนสวยของ Walt’s Disney ใช้ นั่นก็คือการปลูกฝังให้เด็กๆ คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงแห่งเทพนิยายที่อาศัยอยู่ที่ไหนสักแห่ง และคอยเฝ้ารอให้เจ้าชายมารับ มารัก ตัวเองต้องถูกปรนนิบัติอย่างที่เจ้าหญิงควรจะได้รับ คิดว่าโลกใบนี้คือโลกอันสุดแสนจะงดงามสำหรับเธอ แต่ผลที่อาจตามมานั้นก็คือ หากวันหนึ่งเด็กๆ พบความจริงว่าโลกทำกับเธอเหมือนเธอไม่ใช่เจ้าหญิง พ่อแม่ดูแลไม่เหมือนเธอเป็นเจ้าหญิง พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงก็จะเกิดขึ้นมาแทน เด็กจะมีนิสัยอยากแยกตัวออกมาเพื่ออยู่ในโลกของตัวเอง ไม่อยากอยู่กับพ่อกับแม่ และรอเจ้าชายมาช่วยชีวิตออกไปจากโลกเลวร้ายแหง่นี้ ซึ่งส่วนนี้จะสอดคล้องกับเนื้อเพลง Wide Awake ที่เธอสื่อว่าแต่ก่อนเธออยู่แต่กับความฝันและคาดหวังว่าชีวิตและความรักมันจะสวยงาม แต่พอพบความจริงมันกลับไม่ใช่แบบนั้น แต่ในทางกลับกัน เธอไม่ได้หนีปัญหาหรือทำร้ายตัวเอง เธอตั้งสติและใช้ชีวิตต่อไปเพื่อตัวเอง และที่สำคัญเธอได้เรียนรู้แล้วว่ามันไม่มีเจ้าชายขี่ม้าขาวอยู่จริงหรอก มีแต่ตัวเธอเองเท่านั้นแหละที่จะเป็น Survivor สำหรับตัวเองเท่านั้น นั่นหมายความว่า เธอได้เปรียบเอา Monarch Mind Control เหมือนกับชีวิตที่ผ่านมาของเธอ ที่มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่แน่นอน ที่ใครก็ไม่รู้ควบคุมเอาจนเธอไม่รู้จักใจของเธอเองและหาทางออกไม่ถูก

 

เปิดฉาก MV ด้วยวิถีชีวิตการทำงานเธอกับเพลง California Gurls ไปจนถึงการครุ่นคิดอะไรไปในใจคนเดียวของเธอ แสดงให้เห็นว่าทุกๆ วันของเธอตั้งอยู่ระหว่างสีขาวกับสีดำ สีขาวคือความสุขที่เธอมี ส่วนสีดำคือเรื่องที่ MV กำลังจะเล่าให้ฟังหลังจากที่เธอได้มองผ่านกระจกบานที่ตั้งอยู่ตรงหน้าของเธอไป

 

 

การมองผ่านกระจกจะได้ภาพมุมกลับของความจริง หรือว่าภาพเสมือนนั่นเอง เป็นหลักการสำคัญในการแยกผู้ถูกควบคุมจิตใจออกจากโลกแห่งความเป็นจริง หรือเรียกว่า Disassociation เพื่อสร้างตัวตนอีกตัวตน หรืออีกหลายๆ ตัวตนของคนๆ นั้น เรียกว่า Alter เพื่อวัตถุประสงค์อะไรก็ตาม ตัวอย่างที่จะเห็นจาก MV อย่างชัดเจนเลยก็คือ ก่อนหน้าที่เธอจะมานั่งหน้ากระจก เธอได้แสดงเป็นสาวแคลิฟอร์เนีย ผมสีม่วง นั่นคือ Alter หนึ่ง และเธอได้มาถอดวิกออก นั่งหน้ากระจกนั่นก็คืออีก Alter หนึ่ง

 

ภาพของเธอยืนอยู่หน้าทางเข้าทางหนึ่งที่เป็นประตูหินใหญ่ นั่นคือประตูทางเข้าไปหาจิตใจของเธอ ภายในเป็นเขาวงกต Labyrinth เปรียบเสมือนจิตใจของเธอในช่วงชีวิตสีดำที่เต็มไปด้วยในวังวนของปัญหา มีทั้งอุปสรรคสุดอันตรายที่เธอไม่รู้จะเจออะไร และเช่นเดียวกันเธอก็ไม่รู้ว่าทางออกมันอยู่ตรงไหน ณ จุดนี้หมายถึง disassociation สำเร็จ เธอได้เข้ามาในจิตใจของเธอในฐานะคนแปลกหน้า โดยสถานที่นั้นเป็นที่ไหนก็ไม่รู้

 

 

แต่เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เธอกำลังจะสื่อจริงๆ เราต้องมาทำความเข้าใจความแตกต่างระว่าง Labyrinth กับ Maze กันก่อน ที่เธอเลือกใช้ Labyrinth เป็นเพราะ Labyrinth มีเพียงเส้นทางเดียวให้เดินเท่านั้น แต่มีระยะจากจุดเริ่มต้นถึงทางออกที่ยาวมาก ซึ่งหมายถึงว่าช่วงชีวิตนั้นๆ ของเธอมีทางให้เธอเลือกตัดสินใจไปเพียง 1 ทาง และเมื่อเจอปัญหาก็มีเพียง 1 ทางเท่านั้นที่จะทำให้เธอหลุดพ้นไปจากความทุกทรมานนี้ไปได้ แตกต่างจาก Maze ที่มีทางเดินหลายทางให้เลือกเดิน เพราะฉะนั้นคนที่เข้าไปย่อมเลือกตัดสินใจเองได้จะเลือกเดินไปทางได้ ทำให้ MV มีฉากที่เธอถูกกำแพงบีบอัดเธอเข้ามา เปรียบเสมือนความกดดันในช่วงนั้น ก็จะตรงกับทฤษฎี Monarch Mind Control อีกที่ว่าผู้ที่ควบคุมจิตใจสร้างสามารถเนรมิตเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้กับจิตใจของผู้ที่ถูกควบคุม เปรียบเทียบได้กับชะตาชีวิตที่เล่นตลก สร้างความกดดันในจิตใจของเธอ และในส่วนนี้เอง MV อาจจะเชื่อมโยงเรื่องของเธอกับ Russell ก็เป็นได้ ที่ทางออกของความสัมพัทธ์ของทั้งสองที่มีอยู่ทางเดียวนั่นก็คือเลิกรา ส่วนในเนื้อเพลงมีการกล่าวถึงพระเจ้า ซึ่งทางไสยศาสตร์ Labyrinth สามารถหมายถึงระยะทางที่คนๆ หนึ่งจะไปพบกับพระเจ้าได้

 

Labyrinth: มีเพียงเส้นทางเดียวให้เลือกเดินได้

 

Maze: มีหลายเส้นทางให้เลือกเดิน

 

เธอรู้แล้วว่าเธอไม่มีท