หลายๆ คนอาจจะงงว่า อะไร? ทำไม? ต้อง ‘Payphone’ เพราะมันดูจะล้าหลังไปสักหน่อยสำหรับยุคสมัยที่ smart phone แทบจะครองโลกกันไปแล้ว แต่ด้วยฝีมือของวง Maroon 5 ร่วมกับ Wiz Khalifa ทำให้ ‘Payphone’ ของในยุคนี้ พูดได้ถึงรักและหมดรักได้ดีทีเดียว

 

 

ด้วยเสียง falsetto แบบของหนุ่ม Adam ที่ได้ยินจากทั้งเพลง  ‘Moves Like Jagger’ และ ‘Stereo Hearts’ ทำให้เพลงที่ติดหูอย่างเพลงลอยติดลมบนได้ในช่วงเวลาแค่ไม่นาน แถมยังมีเสียงออดอ้อนในท่อน chorus อีก ทำให้ฟังแล้วรู้สึกว่าสงสารผู้ชายคนนี้จัง แต่ถ้าสังเกตให้ดี Adam จะใช้เสียง falsetto แค่ตอนที่มีความหมายโรแมนติก ไม่ก็กำลังแสดงการโหยหาอยู่เท่านั้น ส่วนท่อนอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะบ่นถึงรักที่ไม่ได้ดั่งใจ เสียงของ Adam จะเปลี่ยนเป็นหนักตามปกติ ซึ่งทำให้เราแยกแยะได้ออกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่าง Adam และคนรักเก่าของเขา

 

Wiz ได้เข้ามากับท่อนแรปที่ฟังตอนแรกบางคนอาจจะตั้งคำถามว่า มันอะไรกันวะ? Adam พร่ำบ่นถึงรักรันทด แต่ Wiz กลับมาพูดถึงเรื่องรถ เรื่องเงินเรื่องทอง เรื่องทำมาหากิน แต่มันไม่ได้ไร้สาระหรือขัดแย้งอะไรกันหรอก Wiz ก็เหมือนกับเพื่อนของ Adam ที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความรัก Wiz บอกว่าถ้ารักมันแย่ขนาดนั้น ก็ช่างมัน แล้วมาตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินดีกว่า เงินมีสาวก็มาเองแหละ

 

 

MV Payphone มาค่อนข้างเป็น plot แตกต่างจาก 2 ตัวแรก ‘Misery’ และ ‘Moves Like Jagger’ ไม่รู้ว่าเป็น MV ตัวแรกด้วยหรือเปล่าที่ไม่เห็น Adam อ้าปากร้องเพลงเลย เนื้อหาของ MV ดูแตกต่างกับเพลง แต่จริงๆ แล้วค่อนข้างสอดรับกันมาก เพราะเหตุผลของตัวละครใน MV และเพลงมันเหมือนกัน ลองไปดูกันก่อนว่า MV จริงๆ สื่ออะไรออกมาบ้าง

Adam รับบทเป็นพนักงานธนาคารที่เบื่อทั้งชีวิตและเบื่อทั้งงาน แต่ในใจจริงๆ เขาอยากทำอะไรสักอย่างที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าเขาก็เป็นคนเก่ง หรือเป็นฮีโร่ในสายตาของใครๆ ได้เช่นกัน เคยเป็นกันบ้างไหมที่บางทีก็อยากโชว์พาวโชว์ออฟให้ใครๆ เห็นว่าตัวเองเจ๋ง ก็เหมือนเรื่องความรักในเพลงที่ตัวละครหลักชายพยายามจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คนรักและความรักเก่ากลับมาดีเหมือนเดิม อยากเก่งสู้ใครๆ เขาได้ และทำให้คนรักได้เห็นว่าเขาปกป้องและรักคนรักคนนั้นได้ดีกว่าใครๆ อย่างที่ lyrics video ของเพลงนี้สื่อมาเป๊ะๆ เลย

 

 

แต่ทันใดนั้นเอง ไม่รู้ว่าโชคร้ายหรือโชคช่วย จู่ๆ ก็มีการปล้นธนาคารกลางย่านชุมชนเกิดขึ้น เป็นกลุ่มโจรติดอาวุธสงครามครบมือ แสดงโดยสมาชิกวง Maroon 5 คนอื่นๆ แต่ที่ขาดอยู่อย่างเดียวคือฝีมือเพราะขนาดรุมกันยิง Adam กระหน่ำขนาดนั้น ในขณะที่เขากำลังพาสาวสวยที่เขาหมายปองอยู่ซึ่งก็เป็นพนักงานธนาคารเช่นกัน ก็ไปโดนเสาและเคาท์เตอร์ซะเป็นส่วนใหญ่ ทั้งสองวิ่งหนีออกมาจากธนาคารและได้พบกับตำรวจที่ได้ล้อมไว้หมดแล้ว Adam ทิ้งปืนลงและทั้งสองยกมือขึ้นเพื่อให้ตำรวจรู้ว่าไม่ใช่โจร แต่ตำรวจเหมือนจะไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น ยิงอย่างเดียว จึงเป็นที่มาของแผลที่ต้นแขนของ Adam

 

 

ทั้งสองวิ่งต่อไปใส่เกียร์หมาเพื่อหนีจากตำรวจที่เข้าใจผิดว่าทั้งสองเป็นโจร Adam เริ่มมอมแมมขึ้นเรื่อยๆ ตามไสตล์พระเอกหนังแอคชั่น แต่เหมือนพระเอกคนนี้จะรู้บทดีไปหน่อยว่าจะมีการปล้น เพราะนาทีที่ 1.45 จะมองเห็น ear plugs ในหูของ Adam ส่วนนางเอกก็ไม่ทิ้งลายหนังประเภทนี้ด้วยเหมือนกัน นั่นคือ สวยไม่สร่าง ไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนแต่อย่างใด เว้นแต่มีรอยฟกช้ำที่คางเท่านั้น จนได้ไปเจอกับรถสปอร์ต Ford Cobra สีแดงของ Wiz ที่ไม่มีป้ายทะเบียน โถ... ก็ยังขับมาได้เนอะ Adam จึงตัดสินใจเป็นฮีโร่ขอฉายเดี่ยว มองตาสาวที่พามาด้วยและบอกให้หนีไป ส่วนเขาจะล่อตำรวจไปอีกทางเอง พระเอกที่สุดอะ

 

 

Adam ถูกไล่ล่าโดยตำรวจหลายนาย ต่างระดมยิงกันเพื่อให้เขาหยุดรถ แต่ใครจะไปหยุด เล่นรัวซะขนาดนั้น จนในที่สุดเขาก็สลัดตำรวจและหนีพ้นมาได้ บริเวณนั้นเอง Wiz ก็มาอยู่ด้วยพอดีอย่างกับเหาะมา แต่มันก็ไม่แปลกอะไร เพราะ Wiz เป็นเจ้าของเพลง ‘Roll Up’ ที่คอยวาร์ปไปหาสาวๆ ทุกครั้งที่โทรหาอยู่แล้ว

 

‘Whenever you need me, Whenever want me,

You know you can call me. I’ll be there shortly.’

‘เมื่อไรที่คุณต้องการผม เมื่อไรที่คุณอยากพบผม

คุณก็รู้นี่ว่าคุณโทรหาผมได้ แล้วแค่ไม่กี่อึดใจ ผมก็จะไปถึงตัวคุณ’

 

 

นอกจากรถตำรวจจะระเบิดจนวอดวายแล้วยังไม่พอ MV นี้ทำออกมาเป็นหนังแอคชั่นสั้นๆ แต่ต้องเอาให้ถึงที่สุด หลังจากที่ Adam ได้จอดรถ รถที่โดนกระสุนยิ่งถล่มมาอย่างสาหัสก็ได้ระเบิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากที่ Adam ได้ก้าวลงจากรถ นี่สิถึงจะเป็นฮีโร่ของจริง ถ้าจะรอดตายก็ต้องรอดตายแบบหวุดหวิด หลังจากนั้นเขาก็ได้ไปที่ตู้โทรศัพท์เพราะมือถือไม่มีสัญญาณเพื่อโทรหาหญิงคนที่เขาพาหนีออกมาจากธนาคารด้วย เหมือนกับส่ง message ถึงทั้งหญิงคนนั้นและคนรักของเขาในเพลงว่า ‘ผมทำเพื่อคุณได้ขนาดนี้แล้ว ทั้งเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อให้ได้ความรักตอบกลับมาบ้าง ทีนี้ก็เป็นส่วนของคุณแล้ว ช่วยผมทีเถอะ’

 

และสุดท้ายนี้ เพื่อการอ่านบทแปลให้ได้ความเข้าใจถูกต้องมากยิ่งขึ้น จึงต้องขอให้ทำความเข้าใจกันตรงนี้ก่อน

1. Adam ใช้การร้องเสียง Falsetto (ตัวอักษรสีฟ้า) สำหรับท่อนที่มีความหมายโรแมนติกหรือโหยหาสำหรับตัวละครฝ่ายชายในเพลง และใช้การร้องเสียงค่อนข้าง Heavy (ตัวอักษรสีน้ำเงิน) สำหรับท่อนที่กล่าวถึงเรื่องราวความพยายามต่างๆ เพื่อที่ทำเพื่อตัวละครฝ่ายหญิง รวมถึงการบ่นด่าถึงความรักแย่ๆ ครั้งนี้อีกด้วย

2. เพลงใช้ช่วง Verse แรกเป็นถ้อยคำของตัวละครฝ่ายชาย ส่วน Verse ที่สองนั้นเป็นถ้อยคำของตัวละครฝ่ายหญิง

 

Payphone

ตู้โทรศัพท์

 

[ถ้อยคำของฝ่ายชาย ร้องโดย Adam Lavine]

I'm at a payphone trying to call home
All of my change I spent on you
Where have the times gone
Baby it's all wrong, where are the plans we made for two?

ผมอยู่ที่ตู้โทรศัพท์พยายามจะโทรกลับบ้าน [payphone เปรียบเสมือนสถานการณ์ของชายคนหนึ่งที่กำลังรอคอยการตอบรับจากคนรักที่เพิ่งจะเลิกรากันไป ทั้งหมดที่เขาทำเพื่อที่จะกลับไปที่ๆ เดิมที่เขาทั้งสองคนรัก]

ทุกเศษสลึงก็ใช้กดโทรหาแต่คุณไปหมดแล้ว [change หรือ เศษเงินที่ใช้โทรศัพท์ เปรียบเสมือนความอุทิศทุกเททุกอย่างที่เขามอบให้กับคนรักเพื่อพยายามจะให้คนรักกลับมาหา และอาจจะหมายถึงการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้คนรักกลับมารักเขาก็ได้เช่นกัน]

แต่ไหนหล่ะเวลาค่าโทร? [แต่แล้วเขาก็ไม่เคยได้รับการตอบกลับเลยสักครั้ง]

ที่รัก ทุกอย่างมันรวนไปหมด ไหนล่ะไอ้แผนชีวิตต่างๆ ที่เราสองได้วางกันเอาไว้? [ทุกครั้งที่เราใช้บริการตู้โทรศัพท์สาธารณะ เมื่อหยอดเหรียญไปแล้วจะได้เวลาโทรกลับมา แต่โทรศัพท์เครื่องนี้มันรวนไปหมด กินเหรียญ ก็เหมือนกับว่าสิ่งที่เขาได้ทำลงไปมันไม่มีค่าในสายตาของคนรักเลย]

 

Yeah, I, I know it's hard to remember
The people we used to be
It's even harder to picture
That you're not here next to me
You say it's too late to make it
But is it too late to try?
And in our time that you wasted
All of our bridges burned down

ครับ ผมทราบดีว่ามันยากที่จะรื้อฟื้นความทรงจำ…

สำหรับภาพคนสองคนนั้นที่เราเคยเป็น

แต่มันก็นึกไม่ออกยิ่งกว่า…

ถึงภาพที่ไม่มีคุณอยู่เคียงข้างผม

คุณบอกมาว่าเราว่าไกลเกินกว่าจะหันกลับไปเป็นแบบเดิม

แต่มันสายเกินกว่าจะพยายามหรือเปล่าล่ะ? [ไม่มีอะไรสายเกินแก้]

เวลาของเราเหล่านั้นที่คุณไม่ใส่ใจใยดีอะไรกับมันเลย [เขาต้องการบอกว่าจริงๆ หลักจากที่เลิกราไม่ว่าจะด้วยปัญหาอะไรก็แล้วแต่ คนรักของเขาไม่เคยคิดที่จะใช้เวลาเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์สำหรับเขาทั้งสองคนเลย]

สะพานรักของเราสองมันได้มอดไหม้ทลายลงหมดไปแล้ว [ณ ตอนนี้ความรักของเขาทั้งสองมันพังลงแล้ว ก็เหมือนสะพาน แต่มันไม่สายที่จะสร้างสะพานนี้ขึ้นมาใหม่]


 

I've wasted my nights
You turned out the lights
Now I'm paralyzed
Still stuck in that time when we called it love
But even the sun sets in paradise

ผมใช้เวลาอย่างเปล่าประโยชน์ทุกคืน [เขาใช้เวลาโทรหาและเฝ้ารอคนรักกลับมาทุกคืนแบบไม่หลับไม่นอน]

แต่คุณกลับดับไฟทุกดวง [‘to turn out the light’ เหมือนกับการปิดโอกาส คือไม่ตอบรับอะไรเลยนั่นเอง]

ตอนนี้ร่างกายของผมเป็นอัมพาต [1 ร่างกาย ก็มี 1 ชีวิต และชีวิตของเขาคือตัวเขาเองและตัวคนรัก แต่ในเมื่ออีกส่วนหนึ่งของชีวิตเลือกที่จะทิ้งเขาไป เขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่เป็นอัมพาตไปไหนไม่ได้ นี่เป็นการอธิบายอาการของคนอกหักว่าไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้ ส่วนใหญ่มักจะไม่มีใจอยากไปทำอะไรมากกว่า วันๆ เอาแต่นอนละเมอถึงคนที่รัก]

เพราะยังคงติดอยู่กับอดีตที่เราเรียกว่าความรัก

แม้แต่ดวงตะวันบนสวรรค์ยังอับแสง [สิ่งดีๆ ทั้งหมดถึงจุดจบแล้ว]


 

I'm at a payphone trying to call home
All of my change I spent on you
Where have the times gone
Baby it's all wrong, where are the plans we made for two?

ผมอยู่ที่ตู้โทรศัพท์พยายามจะโทรกลับบ้าน

ทุกเศษสลึงก็ใช้กดโทรหาแต่คุณไปหมดแล้ว

แต่ไหนหล่ะเวลาค่าโทร?

ที่รัก ทุกอย่างมันรวนไปหมด ไหนล่ะไอ้แผนชีวิตต่างๆ ที่เราสองได้วางกันเอาไว้?

 

 

If happy ever after did exist
I would still be holding you like this
All those fairytales are full of shit
One more stupid love song I'll be sick

หากความสุขสมชั่วนิรันดร์มีอยู่จริง

ผมคงจะได้โอบกอดคุณเอาไว้อยู่อย่างนี้

แต่เทพนิยายเหล่านั้นมีแต่เรื่องไร้สาระสิ้นดี

มันเลยมีเพลงรักโง่ๆ ให้ผมเซงอีกเพลงไง [อีกหนึ่งประสบการณ์รักร้ายๆ ที่นึกถึงทีไรเป็นต้องเซ็ง เป็นการใช้คำว่า music สื่อถึงความจริงที่ต้องหรือประสบการณ์ที่ต้องผ่านไปเหมือนกับที่ใช้ในเพลง ‘The One That Got A Way’ ของ Katy Perry]


 

[ถ้อยคำของฝ่ายหญิง ร้องโดย Adam Lavine]

You turned your back on tomorrow
Cause you forgot yesterday
I gave you my love to borrow
But you just gave it away
You can't expect me to be fine
I don't expect you to care
I know I've said it before
But all of our bridges burned down

 เธอหันหลังให้กับวันข้างหน้า

เพราะเธอลืมอดีตที่ผ่านมาของเรา [เขาไม่เคยเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตเพื่อทำให้ความรักในทุกๆ วันของทั้งสองคนดีขึ้น]

ฉันฝากความรักของฉันไว้กับเธอ

แต่เธอกลับทิ้งขว้างมันไป [เธอรักเขาหมดใจ แต่เขากลับทำเหมือนไม่ใส่ใจใยดี ซึ่งเป็นธรรมชาติ ผู้ชายรักแต่ไม่จุกจิกอะไรมากมาย ส่วนผู้หญิงต้องการให้แสดงผู้ชายแสดงความรักต่อเธอเสมอ ไม่ใช่เพราะคิดว่าผู้ชายไม่รัก แต่เป็นเหมือนการย้ำว่าเรายังรักกันดีอยู่ พอนานๆ ไป ผู้หญิงอาจทนไม่ได้จนคิดไปว่าผู้ชายไม่รักเธอแล้วนั่นเอง]

เธอไม่เคยห่วงว่าฉันจะรู้สึกยังไง

แต่ฉันก็ไม่ได้หวังว่าเธอจะสนใจมันอยู่แล้ว [แสดงให้เห็นว่าคบกันมานานพอสมควร จนผู้หญิงชินกับนิสัยผู้ชาย แต่มันก็ทนไม่ไหวอยู่ดี]

ฉันรู้ว่าฉันเคยพูดแบบนี้มาหนหนึ่งแล้ว [ปัญหานี้เคยเกิดมาแล้ว แต่อย่างว่า ถึงจะคุยจะเคลียร์กันยังไง มันก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี เพราะที่ผ่านมีเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย]

แต่เอาเถอะ สะพานรักของเราสองมันได้มอดไหม้ทลายลงหมดไปแล้ว [พูดไปก็เสียเวลาเปล่า เธอก็คิดว่าที่ผ่านมาเธอเสียเวลาเช่นกัน]


 

I've wasted my nights
You turned out the lights
Now I'm paralyzed
Still stuck in that time when we called it love
But even the sun sets in paradise

 ผมใช้เวลาอย่างเปล่าประโยชน์ทุกคืน

แต่คุณกลับดับไฟทุกดวง

ตอนนี้ร่างกายของผมเป็นอัมพาต

เพราะยังคงติดอยู่กับอดีตที่เราเรียกว่าความรัก

 

 

I'm at a payphone trying to call home
All of my change I spent on you
Where have the times gone
Baby it's all wrong, where are the plans we made for two?

 ผมอยู่ที่ตู้โทรศัพท์พยายามจะโทรกลับบ้าน

ทุกเศษสลึงก็ใช้กดโทรหาแต่คุณไปหมดแล้ว

แต่ไหนหล่ะเวลาค่าโทร?

ที่รัก ทุกอย่างมันรวนไปหมด ไหนล่ะไอ้แผนชีวิตต่างๆ ที่เราสองได้วางกันเอาไว้?

 

 

If happy ever after did exist
I would still be holding you like this
All those fairytales are full of shit
One more stupid love song I'll be sick

หากความสุขสมชั่วนิรันดร์มีอยู่จริง

ผมคงจะได้โอบกอดคุณเอาไว้อยู่อย่างนี้

แต่เทพนิยายเหล่านั้นมีแต่เรื่องไร้สาระสิ้นดี

มันเลยมีเพลงรักโง่ๆ ให้ผมเซงอีกเพลงไง

 

 

Now I'm at a payphone...

ตอนนี้ไง ผมอยู่ที่ตู้โทรศัพท์

 


[ร้องโดย Wiz Khalifa]
Man fuck that shit
I'll be out spending all this money while you sitting round
Wondering why it wasn't you who came up from nothing
Made it from the bottom
Now when you see me I'm stunning
And all of my cars start with the push up a button
Telling me the changed I blew up or whatever you call it
Switched the number to my phone
So you never could call it
Don't need my name on my shirt
You can tell it I'm ballin'
Swish, what a shame, coulda got picked
Had a really good game but you missed your last shot
So you talk about who you see at the top
Or what you could've saw
But sad to say it's over for
Phantom pulled up, valet open doors
Wiz like go away, got what you was looking for
Now ask me who they want
So you can go and take that little piece of shit with you

นี่เพื่อน ช่างแม่งเหอะ [เพื่อนของเขาปลอบเขาว่าให้ช่างมันไปเหอะ เก็บมาคิดมันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น]

กูใช้เงินพวกนี้เป็นฟ่อนตอนที่มึงนั่งๆ นอนๆ ...

ครุ่นคิดว่าทำไมไม่ใช่มึงที่ตั้งตัวมาจากเสื่อผืนหมอนใบ [เพื่อนของเขารวยมาก เพราะขยันทำมาหากินไม่ข้องแวะเรื่องรักไร้สาระอะไรให้เสียเวลาและอนาคต]

สร้างเงินตั้งแต่ก้นถุง

แล้วมาตอนนี้ได้เห็นสารรูปมึง กูแทบรับไม่ได้ [ที่บอกว่าเสียเวลาและอนาคต ก็เหมือนกับเขาคนนี้ ที่ถูกทิ้งให้เสียใจและเสียเวลา ไม่ได้กินไม่ได้นอนจนร่างกายทรุดโทรมจนดูไม่ได้]

รถทุกคันของกูใช้ปุ่มกดสตาร์ท [เพื่อนของเขาบอกว่าเขามีรถหลายคัน และแต่ละคนใช้ปุ่มกดสตาร์ททั้งนั้น นั่นหมายความว่าเพื่อนของเขาทำงานเก็บเงินจนซื้อรถแพงๆ มาขับได้แบบไม่ต้องกลัวสิ้นเปลือง]

แล้วไหนลองบอกมาหน่อยสิว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้างตั้งแต่กูดังเป็นพลุแตกหรือจะเรียกว่าไงก็ถามเถอะ [Wiz เป็นนักร้องหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จมาก ในฐานะที่เป็นเพื่อนของฝ่ายชาย จึงลองถามให้ตอบหน่อยว่าตั้งแต่ที่ Wiz ดังมามีอะไรแย่ลงไหม]

มานี่ เอาเบอร์ของมึงมาใส่เครื่องกูนี่

มึงจะได้ไม่มีเบอร์ให้โทรออกไม่ได้อีก

เสื้อกูไม่จำเป็นต้องมีเบอร์ติดหรอก

เพราะถึงยังไงมึงก็บอกได้ว่าคนที่ครองบอลอยู่คือกู [เขาคงรู้ดีกว่าเพื่อนของเขาเก่งกาจขนาดไหน ในเส้นทางดนตรีนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า Wiz คือใคร]

ว้ายตุ๊ด แล้วอายไหมน่ะ แทนที่จะแฟนมึงจะรับ [ในขณะที่ปรึกษากับเพื่อนอยู่นั้น เขาก็ยังจะขอตัวไปโทรศัพท์หาคนรักของเขาหน่อย แต่ก็ต้องแห้วกลับมา เพื่อนของเขาจึงแซวว่าเป็นตุ๊ด นั่นก็คือหญิงไม่เอานั่นเอง swish นอกจากจะหมายถึงเสียงฟิ้วๆ เช่น เสียงรถแล้ว ยังเป็น slang หมายถึงกลุ่มชายรักร่วมเพศได้อีกด้วย]

ที่ผ่านมามึงทำได้ดีมาก แต่แค่มึงพลาดมาตกม้าตายตอนจบ [เพื่อนของเขาบอกว่าความรักของเขาและคนรักดีมากตลอด แต่มาพลาดตอนนี้เอง นี้ก็เป็นอีกธรรมชาติหนึ่ง คนอื่นๆ รอบตัวก็เหมือนคนนอก เวลามองคู่รักก็ดูรักกันดีไปซะหมด แต่ความจริงว่ามันดีหรือไม่ คู่รักทั้งสองคนนั้นแหละที่รู้ดีกว่าใคร]

ถ้าอย่างงั้นตอนนี้มึงกำลังพูดถึงใครทีมึงเห็นอยู่บนนั้น…

หรือว่ามึงกำลังพูดถึงสิ่งที่มึงเคยมองมาจากข้างบนนั้นแล้วกันแน่ [ทั้งสองคนพูดถึงอนาคตต่อไปกัน เพื่อนของเขาจึงถามว่าที่พูดกันอยู่นี่มันคือเกี่ยวกับอนาคตสูงสุดของเขา หรือว่าการจะใช้ชีวิตอยู่บนจุดสูงสุดอย่างไรกันแน่ เขาคงพร่ำถึงอดีตอันแสนหวานให้เพื่อนของเขาฟัง เพื่อนของเขาจึงเตือนสติให้แยกแยะว่าต่อไปนี้จะทำเพื่อตัวเองหรือเพื่อคนอื่น]

แต่เอาเหอะ พูดไปก็เศร้าเพราะรักของมึงมันจบไปแล้ว

รถ Phantom กูมารับแล้ว คนใช้ก็มาเปิดประตูต้อนรับ

แล้ว Wiz ไปที่ชอบๆ ได้แล้ว เพราะก็ได้ทุกอย่างที่ต้องการหมดแล้ว [รถคันหรูของ Wiz มารับพร้อมคนรับใช้บริการ ใครๆ ในวงการต่างบอกให้ Wiz ไปๆ ได้แล้ว เพราะได้สิ่งที่ต้องการหมดทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เงินทอง และที่สำคัญคือผู้หญิงข้างกายหลายๆ คน]

แต่ตอนนี้ลองถามกูมาสิว่าคนพวกนั้นต้องการใคร [พวกนั้นหมายถึงแฟนเพลงและสาวๆ ของ Wiz เป็นเหมือนการย้ำอีกครั้งว่าให้หันมาสร้างอนาคตสำหรับตัวเองได้แล้ว เงินมี ผู้หญิงก็มีมาเองนั่นแหละ นับว่าเป็นทัศนคติที่ได้ยินกันอยู่บ่อยๆ]

แล้วมึงจะขับรถสัปปะรังเคนั่นไปไหนก็ตามใจมึงได้เลย [Wiz ยกรถให้ก็ จะขับไปไหนก็ไป เพราะว่ามีรถไว้ใช้อีกหลายคัน]


 

I'm at a payphone trying to call home
All of my change I spent on you
Where have the times gone
Baby it's all wrong, where are the plans we made for two?

ผมอยู่ที่ตู้โทรศัพท์พยายามจะโทรกลับบ้าน

ทุกเศษสลึงก็ใช้กดโทรหาแต่คุณไปหมดแล้ว

แต่ไหนหล่ะเวลาค่าโทร?

ที่รัก ทุกอย่างมันรวนไปหมด ไหนล่ะไอ้แผนชีวิตต่างๆ ที่เราสองได้วางกันเอาไว้?

 

 

If happy ever after did exist
I would still be holding you like this
All those fairytales are full of shit
One more stupid love song I'll be sick

หากความสุขสมชั่วนิรันดร์มีอยู่จริง

ผมคงจะได้โอบกอดคุณเอาไว้อยู่อย่างนี้

แต่เทพนิยายเหล่านั้นมีแต่เรื่องไร้สาระสิ้นดี

มันเลยมีเพลงรักโง่ๆ ให้ผมเซงอีกเพลงไง

 

 

Now I'm at a payphone...

 ตอนนี้ไง ผมอยู่ที่ตู้โทรศัพท์ [คงเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนของเขาจึงจบการสนทนาแบบประชดประชัน เพราะเขาไม่ฟังอะไรเลยนั่นเอง เอาแต่จะรอคอยรักครั้งเก่าหวนกลับมาอยู่ท่าเดียว]

 

*****Open for Suggestions and Comments*****

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เจ๋วอะ

#1 By Casted (103.7.57.18|61.7.235.218) on 2012-05-13 13:45

ขอบคุณมากๆค่ะbig smile เเปลเก่งจังเเละก็อธิบายละเอียดอีกด้วย สุดยอดดดดเลย :))))))

#2 By Parsleygames (103.7.57.18|115.67.192.134) on 2012-05-13 15:10

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
แปลได้ดีมากหลายๆ เพลงเลยแถมมีบทวิเคราะห์ด้วยเป็นกำลังให้เลยค่ะ question

#3 By .koko1358. on 2012-05-13 17:26

เข้ามาอ่านครั้งแรกแล้วก็ "ปิ๊งงง!!" เลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ อย่าพึ่งหยุดทำนะ
นอกจากจะแปลเพลงแล้วยังให้ความรู้อื่นๆด้วย ขอบคุณมากๆ ค่ะ จะติดตามไปเรื่อยๆนะค่ะ

#4 By multiratch (103.7.57.18|124.121.159.218) on 2012-05-13 19:06

ชอบมากๆๆ ขอบคุณมากนะคะ

#5 By SPGr (103.7.57.18|101.51.177.39) on 2012-05-13 23:24

แปลได้ดีมากครับ สุยอด!!!

#6 By Zzz (103.7.57.18|223.204.6.54) on 2012-05-14 00:29

โอย รู้แจ้งทันทีค่ะ
ตอนแรกงงเอ็มวีมากๆ sad smile
ติดตามEntryลำดับต่อๆไปอยู่นะค้าbig smile

#7 By Suii. on 2012-05-14 03:01

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ตอนฟังที่แรกก็ฟังผ่านๆ
แต่พอมาอ่านแบบนี้แล้วยิ่งชอบเลยอ่ะ

#8 By || Candy St♥re || on 2012-05-14 18:17

แปลเก่งมากๆ Hot! Hot! Hot!
สู้ๆ ครับ

#9 By FNzWhy? on 2012-05-15 00:04

เจ๋งมากเลยพี่
แปลได้มันส์มาก

#10 By Worldplay (103.7.57.18|223.207.104.185) on 2012-05-15 11:20

ปกติเข้ามาอ่านเนื้อเพลงตามบล็อกไม่เคยเม้นใครเลย
แต่พี่เป็นคนแรกที่ทำให้หนูต้องเม้น
สุดยอดจริงๆอะ ทั้งแปลทั้งวิเคราะห์ รักเพลงนี้ขึ้นมาเลย ขอบคุณคะ :)

#11 By 55555 (103.7.57.18|58.9.50.219) on 2012-05-15 11:53

ขอสารภาพว่าตั้งแต่อ่านเว็บแปลเพลงมา ไม่เคยได้เข้าถึงแก่นของเพลงที่ต้องการสื่อจริงๆเลยซักครั้ง
แต่เว็บนี้ทำได้จริงๆค่ะ ทั้งเข้าใจง่าย ให้ความรู้แล้วก็สื่อเรื่องราวที่เพลงมีได้ออกมาดีมากๆ
เป็นกำลังใจให้ทำสิ่งดีๆนี้ต่อไปเรื่อยๆค่ะ ขอบคุณมากนะคะbig smile

#12 By MiRa* (103.7.57.18|101.109.23.168) on 2012-05-15 13:14

แปลได้เจ๋งมั่ก พอไปดุเอมวีละ มันมาก

#13 By *-* (103.7.57.18|49.48.163.75) on 2012-05-17 09:16

เจ๋ง มาก ครับบบ  สุดๆ ยอด ไป เลย  :)big smile big smile

#14 By Gmaster (103.7.57.18|161.246.12.52, 161.246.1.163) on 2012-05-17 18:26

เยี่ยมที่สุดเลย ขอบคุณมากๆ ครับ ชอบเพลงนี้โครตๆ

#15 By Honesty (103.7.57.18|192.168.182.122, 124.121.32.29) on 2012-05-18 16:45

Thank you so much :)

#16 By fAY (103.7.57.18|110.168.90.245) on 2012-05-20 03:40

Thank you so much :)

#17 By fAY (103.7.57.18|110.168.90.245) on 2012-05-20 04:10

ขอบคุณค่ะ สุดยอดมากๆเลย

#18 By :) (103.7.57.18|124.121.219.58) on 2012-05-20 16:19

แปลได้สุดยอดเลยคะ ละเอียดดีมากๆ :D
ได้ความรู้เพิ่มด้วย บทวิเคราะห์ก็มันนส์ทำให้เข้าใจถึงแก่นของเพลงได้ดีขึ้นเยอะเลย เจ๋งจริงค่ะbig smile

#19 By pploy (103.7.57.18|124.120.129.239) on 2012-05-20 16:52

big smile อธิบาย และแปลความหมายดีมากค่ะ ช่วยให้เข้าใจและชอบภาษาอังกฤษมากขึ้น ขอเป็นแฟนคลับติดตามงานแปลต่อไปนะคะ

#20 By ปอ.. (103.7.57.18|118.173.35.31) on 2012-05-27 12:00

สุดยอดเลยค่ะ มีการวิเคราะห์ อธิบายเอ็มวีด้วย แถมแปลเพลงได้ดีมากๆเลย เปิดมากครั้งแรกเหมือนกันค่ะ โดนใจจัง

#21 By Jumper (103.7.57.18|58.11.173.140) on 2012-05-29 18:37

หามาหลายที่และะ ไม่มีอันไหนเจ๋งเท่าที่นี่จริงๆ! วิเคราะห์เก่งโคตรรรรร ทำมาอีกเยอะๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่าาาา :D

#22 By vodkaa (103.7.57.18|10.0.2.176, 115.87.203.94) on 2012-06-04 22:38

ผมขอเอาคำแปลไปทำซับนะคับ เดี๋ยวผมเครดิตให้

#23 By คนทำซับ (103.7.57.18|125.26.138.10) on 2012-06-08 23:57

ชอบมาก โดนมากค่ะ

#24 By Fay (103.7.57.18|58.8.167.110) on 2012-06-13 22:27

เก่งมากกกกกกก ..ๆๆ  เลยค่าาา เอาข้อมูลพวกนี้มาจากเว็ปอังกฤษ หรือวิเคราะห์และแปลเพลงเอง คะ มีความสามารถทางด้านนี้มากเลยนะคะ สามารถเข้าใจความหมายได้ลึกซึ้ง  ชื่นชมๆๆๆ รู้แล้วต้องไม่เก็บไว้คนเดียว นำมา share นี่แหละ สุดยอด  ^O^

#25 By ink (103.7.57.18|192.168.2.29, 110.77.229.246) on 2012-06-22 18:30

แรลช่วงแรกมันยากโคตรๆ ได้แค่ต่อ swish, ลงมา
แปลได้สุดยอดมากครับ กดไลค์ ฟอลโลวว์ เล ย><

#26 By Windmiu (103.7.57.18|49.48.203.79) on 2012-06-28 14:08

thank you so much!!!

#27 By ice (103.7.57.18|101.108.152.182) on 2012-06-30 19:18

thank you so much!!!

#28 By ice (103.7.57.18|101.108.152.182) on 2012-06-30 19:19

แปลดีมากๆเลยค่ะ มีบริบทอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น และลึกซึ้งมากขึ้นด้วย นี่เป็นเพลงแรกที่เข้ามาอ่าน สันญาว่าจะติดตามเรื่อยๆนะคะ ขอบคุณที่แชร์สิ่งดีๆ มีประโยชน์ค่ะ เยี่ยม! big smile

#29 By bizz (103.7.57.18|101.108.157.58) on 2012-07-04 23:17

ชอบค่ะ เข้าใจความหมายในบทเพลงมากขึ้นค่ะ

#30 By dawan (103.7.57.18|110.49.232.67) on 2012-07-08 19:41

ทุกblog ของคุณมีคุณค่าต่อคนที่ฟังเพลงสากลแล้วอยากรู้ความหมาย ผมขอขอบคุณจากใจ ชื่นชมในผลงานครับbig smile

#31 By Froko (103.7.57.18|192.168.48.100, 183.89.251.137) on 2012-07-12 22:01

All those fairytales are full of shit

#32 By GreanJi (103.7.57.18|124.122.175.37) on 2012-07-18 02:26

แปลอย่างนี้...ได้ใจผมไปเรยเพ่ๆๆๆๆๆ อิอิ+++

#33 By aeksniper (103.7.57.18|61.19.226.253) on 2012-07-19 23:11

Hot! Hot! Hot!
สุดยอดค่ะ คือถ้าไม่ได้มาอ่านตรงนี้ เราไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าความหมายวีดีโอคืออะไร นึกว่อดัมโชว์เท่คนเดียว ขอบคุณมากๆ ค่า >.<

#34 By Tanzmay ★ on 2012-07-22 05:57

แปลได้ดีมากครับบ

#35 By Zapp (103.7.57.18|125.25.159.135) on 2012-07-28 11:15

ชอบเพลงนี้มากๆเลยค่ะฟังติดหูดี พอมาฟังความหมายยิ่งชอบ แปลเก่งมากเลยค่ะconfused smile

#36 By ืืn (103.7.57.18|101.51.63.9) on 2012-07-28 22:54

แปลเก่งมากเลยค่ะ ลึกซึ้งดีcry

#37 By pang (103.7.57.18|101.109.227.91) on 2012-07-29 10:42

สุดยอดจริงฯฯ ความหมายดีมากเลยเพลงนี้ 555

#38 By sea (103.7.57.18|1.0.154.22) on 2012-08-27 16:50

ชอบมากครับ

#39 By swlloorD (103.7.57.18|180.183.96.231) on 2012-09-04 00:52

เยี่ยมมากค่ะ เยี่ยมจริงๆ ขอบคุณมากค่ะbig smile

#40 By ขนุน (103.7.57.18|192.168.181.114, 183.88.249.66) on 2012-09-10 22:34

เราฟังท่อน Adam ออกหมด แต่มึนตึ้บมากในท่อนแร็ป 
ขอบคุณมากที่ให้ความกระจ่าง

#41 By Pui (103.7.57.18|124.120.48.30) on 2012-09-17 20:56

great

#42 By luck (103.7.57.18|119.46.148.18) on 2012-09-20 16:45

long read.
to know
some so good
strange and great

#43 By luck (103.7.57.18|119.46.148.18) on 2012-09-20 16:49

แปลได้ดีมากเลยค่ะ
ขอบคุนนะค่ะbig smile big smile big smile big smile

#44 By endless (103.7.57.18|118.173.191.44) on 2012-10-15 22:16

อ่านแล้วแจ่มแจ้งขึ้นมาทันทีเลยค่ะ

#45 By jj (103.7.57.18|61.90.120.145) on 2012-10-18 18:15

แปลสุดยอดเลยครับ ทำไมไม่มีเพจให้กดไลค์นะ หรือมีครับ ขอลิงค์ด้วย ><big smile

#46 By Wind (103.7.57.18|10.1.100.137, 110.164.192.8) on 2012-10-27 16:04

ชอบมากค่ะได้ความรู้เยอะเลยค่ะ big smile big smile big smile

#47 By ben (103.7.57.18|27.55.5.170) on 2012-10-29 19:32

kotara rock โคตร

#48 By erik (103.7.57.18|180.183.184.137) on 2013-01-10 18:23

#49 By (171.5.177.168|171.5.177.168) on 2014-02-26 23:39