ใจคนยากแท้หยั่งถึง น่าจะใช้ได้ดีสำหรับประสบการณ์รักร้ายๆ ที่ Adele ได้ถ่ายทอดออกมาได้เป็นตัวของเธอเองและเป็นอย่างดี การเปรียบเทียบที่สุดจะลึกซึ้งที่ยากต่อการเข้าถึง ถึงอย่างไรก็ตาม ทุกคนที่ได้รับฟังเพลงนี้คงจะได้รับรู้ความรู้สึกของเธอไปแบบที่จะปฏิเสธน้ำตาไม่ได้

 

Set Fire to the Rain

จุดไฟในสายฝน

 

I let it fall, my heart

And as it fell you rose to claim it

It was dark and I was over

Until you kissed my lips and you saved me

ฉันปล่อยใจให้พังทลาย [เธอเพิ่งผิดหวังจากรักร้าวมาหมาดๆ]

และยามที่มันกำลังแตกสลาย ก็มีเธอก้าวเข้ามารับมันเอาไว้ [แต่ก็เหมือนกับได้ผมกับเจ้าชายขี่ม้าขาวเข้ามากอบกุมหัวใจของเธอเอาไว้]

รักเก่าได้สิ้นแสง และฉันได้สิ้นใจ

จวบจนเธอได้มาจุมพิต และช่วยชีวิตฉันเอาไว้ [และความรักของเขาที่มีให้เธอทำให้เธอมีชีวิตต่อไป และยอมรับเขาเข้ามาในชีวิต]

 

My hands, they're strong

But my knees were far too weak

To stand in your arms

Without falling to your feet

มือทั้งสองของฉันเปี่ยมด้วยกำลัง แต่ขาเข่ามันกลับอ่อนแรงเกินกว่า...

ที่จะยืนอยู่ในอ้อมกอดของเธอ

ไม่ให้ร่างของฉันทรุดลงไปอยู่แทบเท้าของเธอ [ความรักครั้งใหม่ทำให้เธอลืมความผิดพลาดครั้งก่อน Hands หมายถึงความสัมพันธ์ หรือ bond นั่นเอง เธอเลือกที่จะสร้างสัมพันธ์นี้ขึ้นมาใหม่ ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งจะเจ็บปวดมาจนแทบก้าวต่อไม่ไหว แต่ด้วยความรักของเขา จึงช่วยพะยุงเธอไว้ให้ยืนได้]

 

But there's a side to you

That I never knew, never knew

All the things you'd say

They were never true, never true

And the games you play

You would always win, always win

แต่ยังมีอีกด้านหนึ่งของเธอ

ที่ฉันไม่เคยรับเคยรู้มันมาก่อน [และแล้วเธอก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ไม่อยากเจอ]

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกมาจากปากของเธอ [สิ่งที่เธอไม่เคยรู้ มองไม่เคยออกมาก่อนปรากฏตรงหน้าของเธอ]

ล้วนแล้วมีแต่ความโกหกตอแหลทั้งสิ้น [ชายคนใหม่ของเธอไม่ใช่เจ้าชาย แต่คือเพชฌฆาตที่มีแต่ความตลบตะแลงและไม่จริงใจ]

และเกมรักเกมนี้ที่เธอมาลงเล่น [การมาของเขามันเป็นเพียงแค่เกมรักเกมหนึ่ง]

เธอรู้อยู่แก่ใจแล้ว ว่าถึงยังไงเธอก็ต้องมีชัยชนะ [ที่เขารู้อยู่เต็มอกว่ายังไงเขาก็จะได้ความรักจากเธอหมดใจ]

 

But I set fire to the rain

Watched it pour as I touched your face

Well, it burned while I cry

Cause I heard it screaming out your name, your name!

แต่ฉันได้จุดไฟไว้ในสายฝน [‘fire’ หมายถึง ความกล้าหาญข้างในของเธอ เธอคิดว่าถึงจะเจ็บเจียนตายยังไง เธอก็ต้องเข้มแข็งเอาไว้ เพื่อเผชิญหน้ากับความเศร้าโศกเสียใจ นั่นคือ ‘rain’ นั่นเอง]

มองดูมันไหลรินในตอนที่ฉันได้สัมผัสใบหน้าของเธอ [ถ้าความเศร้าโศกเสียใจคือ ‘rain’ สิ่งที่มีลักษณะเหมือนสายฝนที่ไหลออกมาจากความเสียใจก็คือน้ำตา เธอหลั่งน้ำตาออกมาทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าหรือสัมผัสใบหน้าของเขา]

ใช่ มันแผดเผาตอนที่ฉันมีน้ำตาออกมา [แต่ความกล้าหาญของเธอมันยิ่งมากขึ้น ตอนที่เธอเสียใจ เพราะเธอตั้งใจจะเผชิญหน้าสู้กับมัน]

เพราะฉันได้ยินมันร้องเรียกแต่ชื่อของเธอ [สู้กับความโศกความโหยหา เพราะต่อให้ตอนนี้เธอจะกล้าหาญเข้มแข็มมากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธสิ่งที่หัวใจเธอเรียกร้องอยู่ตลอดเวลาได้]

 

When I lay with you

I could stay there

Close my eyes

Feel you here forever

You and me together

Nothing is better

ยามนอนข้างเธอ

ฉันนอนอยู่อย่างนั้น

และหลับตาลง

นึกถึงว่าเราจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป

เธอกับฉัน ชั่วนิรันดร์

จะไม่มีอะไรดีมากไปกว่านี้อีกแล้ว [ส่วนนี้ทั้งหมดแสดงถึงความรักและศรัทธาที่เธอมีต่อคนรักของเธอ แต่ในช่วงครู่หนึ่ง ไฟกล้าหาญในใจของเธอก็หวนเข้ามาในหัวของเธออีกครั้งว่า...]

 

But there's a side to you

That I never knew, never knew

All the things you'd say

They were never true, never true

And the games you play

You would always win, always win

แต่ยังมีอีกด้านหนึ่งของเธอ

ที่ฉันไม่เคยรับเคยรู้มันมาก่อน

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกมาจากปากของเธอ

ล้วนแล้วมีแต่ความโกหกตอแหลทั้งสิ้น

และเกมรักเกมนี้ที่เธอมาลงเล่น

เธอรู้อยู่แก่ใจแล้ว ว่าถึงยังไงเธอก็ต้องมีชัยชนะ

 

But I set fire to the rain

Watched it pour as I touched your face

Well, it burned while I cry

Cause I heard it screaming out your name, your name!

แต่ฉันได้จุดไฟไว้ในสายฝน

มองดูมันไหลรินในตอนที่ฉันได้สัมผัสใบหน้าของเธอ

ใช่ มันแผดเผาตอนที่ฉันมีน้ำตาออกมา

เพราะฉันได้ยินมันร้องเรียกแต่ชื่อของเธอ

 

I set fire to the rain

And I threw us into the flames

Where I felt something die

Cause I knew that there was the last time, the last time!

ฉันได้เลือกจุดไฟไว้ในสายฝน

และเลือกที่จะโยนเรื่องรักของเราเข้าเปลวไฟ [เธอเลือกที่จะก้าวต่อไปด้วยตัวเอง คือไม่รับความรักความหวังดีจากใครอื่นอีกแล้ว เธอเลือกจะเอาอดีตรักเลวๆ ของเธอไปเผาทิ้งไปด้วยไฟกล้าของเธอ นั่นคือเธอพยายามทำใจและลืมนั่นเอง]

ที่ๆ ฉันรู้สึกว่ามันกำลังมีอะไรได้ตายจากไป [ให้มันเลือนหายไปจากความทรงจำของเธอ]

เพราะฉันรู้อยู่ในใจว่ามันจะเป็นแค่ครั้งสุดท้าย [เพราะเธอรู้ว่าประสบการณ์เลวร้ายแบบนี้มันจะเป็นครั้งสุดท้าย มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก]

 

Sometimes I wake up by the door

And heard you calling, must be waiting for you

 Even now when we're already over

I can't help myself from looking for you

ในบางคืนที่ฉันตื่นขึ้นมาหน้าประตู

ก็แว่วได้ยินเสียงเธอเรียก จำต้องรอเธอกลับมาอยู่เรื่อยไป [ถึงเธอจะพยายามทำใจให้ลืม แต่ความเศร้าโศกที่สุมทรวงเธอไปพร้อมๆ กับไฟกล้าหาญของเธอ ยังคงเรียกร้องแต่เขา คนรักเก่าของเธอ]

ถึงแม้ว่าตอนนี้เราสองจบสิ้นกันไปแล้ว

แต่ฉันก็ห้ามให้ตัวเองเฝ้าตามหาเธอไม่ได้ [เธอกล้าที่จะยอมรับความจริงว่า ต่อให้ความสัมพันธ์มันจะขาดสะบั้นไปแล้ว แต่เธอก็ยังเลิกคร่ำครวญและเฝ้ารอแต่เขาไม่ได้ และในช่วงครู่หนึ่งของเวลา ไฟกล้าหาญของเธอก็ย้ำเตือนเธออีกครั้งว่า...]

 

But I set fire to the rain

Watched it pour as I touched your face

Well, it burned while I cry

Cause I heard it screaming out your name, your name!

แต่ฉันได้จุดไฟไว้ในสายฝน

มองดูมันไหลรินในตอนที่ฉันได้สัมผัสใบหน้าของเธอ

ใช่ มันแผดเผาตอนที่ฉันมีน้ำตาออกมา

เพราะฉันได้ยินมันร้องเรียกแต่ชื่อของเธอ

 

I set fire to the rain

And I threw us into the flames

Where I felt something die

Cause I knew that there was the last time, the last time!

ฉันได้เลือกจุดไฟไว้ในสายฝน

และเลือกที่จะโยนเรื่องรักของเราเข้าเปลวไฟ

ที่ๆ ฉันรู้สึกว่ามันกำลังมีอะไรได้ตายจากไป

เพราะฉันรู้อยู่ในใจว่ามันจะเป็นแค่ครั้งสุดท้าย

 

Oh oh ohhhh

Let it burn

Oh oh ohhhh

Let it burn

Oh oh ohhhh

Let it burn

ให้มันแผดเผา

ให้มันไหม้ไฟ [เธอต้องลืมคนรักที่มอบประสบการณ์ร้ายๆ กับเธอไปให้หมด]

 

*****Open for Suggestions and Comments*****

 

Comment

Comment:

Tweet

ถ้าไม่นับเพลง make you feel my love ที่เป็นเพลงเก่าแล้ว เพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบที่สุดของอเดลเลยค่ะ
เป็นเพลงที่ให้อารมณ์ความผิดหวัง เลยใจ แล้วก็ความกล้าที่จะตัดมันทิ้งไปจริงๆ
ขอบคุณสำหรับคำแปลค่ะ^^

#7 By MiRa* (118.172.30.129|118.172.30.129) on 2014-05-29 20:45

#6 By mmgm (118.173.140.228) on 2013-09-16 07:08

ไม่มีอะไรจะพูด ชอบม๊ากๆๆๆ surprised smile big smile

#5 By พลอย (103.7.57.18|182.53.67.124) on 2013-05-02 16:20

เป็นเพลงที่เหมาะกับการแหกปากร้อง(ในรถคนเดียว) 5555

#4 By Karn (103.7.57.18|124.122.7.97) on 2013-04-20 18:13

เพลงนี้ตรงกะชีวิตจริงๆมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับการแปลดีๆนะคะbig smile

#3 By ShaLala (103.7.57.18|110.77.140.82) on 2012-08-01 13:50

เพลงมันมีเนื้อหาที่ลึกซึ้งดีนะคะ มากกว่าที่คิดไว้
สร้างสรรสิ่งดีๆแบบนี้ต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณมากค่ะbig smile

#2 By MiRa* (103.7.57.18|10.0.1.105, 110.77.205.210) on 2012-07-25 14:00

ชอบเพลงนี้มากๆเลย งงต้องท่อนฮุกพอดีเลย พออ่านคำแปลแล้วก็เข้าใจว่าเป็นงี้นี่เอง ขอบคุณนะคะ

#1 By ยา (103.7.57.18|124.120.240.146) on 2012-07-12 17:09