บทแปลเพลง Boyfriend ของ Justin Bieber

posted on 21 Apr 2012 17:38 by roxamine in Bieber

 

กลับมาอีกครั้งกับอะไรหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนไปสำหรับเด็กกำลังจะหนุ่ม Justin Bieber หายหน้าหายตาไปสักพักใหญ่ ทำให้สังเกตเห็นว่าอะไรๆ ก็โตตามวัย แถมยังหล่อขึ้นเป็นกอง และยังมาพร้อมกับ Boyfriend เพลงจากนั่งร้องฝ่ายชายที่มีดนตรีที่ฟังแล้ว sexy ที่สุดแล้วมั้งในวงการเพลง Pop ปี 2011-2012 กระแสเริ่มแรกแรงขนาดนี้คง swag swag swag แบบไม่แป้กลั่นแน่นอน

 

Music and MV Interpretation: Boyfriend by Justin Bieber

ความหมายของเพลงและ MV

 

นับว่าเป็นวาง Single ที่เหมาะสมกับ Biebs อย่างมากทีเดียว เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่บอกความต้องการของเด็กที่กำลังจะโตเป็นหนุ่มหรือวัยเห่อ... ได้มากทีเดียว นั่นคือการหาใครสักคนเพื่อรู้จักคบหากัน ไม่ใช่แบบเพื่อน แต่เป็นแบบ Boyfriend เพราะด้วยธรรมชาติของผู้ชาย สิ่งต่างๆ ที่แสดงความเป็นผู้ชายทั้งหน้าตาที่ขึ้นโครงให้เห็นรูปชัดขึ้น สรีระที่แสดงความแข็งแรงแบบผู้ชาย และน้ำเสียงที่กำลังจะแตกนิดๆ มันช่างไม่พ้นภาพของหนุ่ม ม.ปลาย วัยอยากจะแก่แดดจริงๆ ชวนให้ลิ้มลองยิ่งนัก

ตั้งแต่เริ่มเพลงมาเรื่อยๆ คงทำให้ใครหลายๆ คนนึกถึงนักร้องที่เคยเป็นตัวพ่อของวงการเพลง Pop อีกคน นั่นคือ Justin Timberlake ที่เพลงนี้ทำให้คิดถึงเพลง Cry Me a River และนักร้องที่เป็นตัวพ่อตลอดกาลอย่าง Michael Jackson เนื่องจากเสียงกระซิบกระซาบในช่วง Verse และเสียงหลบ falsetto ในช่วง Pre Hook

ก็ต้องบอกว่าเพลงออกตัวได้ดีพอๆ กับ Biebs เลยล่ะ ถึงเนื้อหาเพลงจะออกมาเป็นวัยใสอย่างมาก แต่รวมๆ ทั้งๆ เพลงแล้วทำให้ฟินไปตามๆ กัน เพราะเสียงดนตรีของเพลงพร้อมกรุยทางให้น้ำเสียงของ Biebs ดูเด่นขึ้นมา ด้วยเสียงผิวปากปนเสียงลมแผ่วๆ แบบใช้เป่าต้นคอและใบหู ก่อนจะตามมาติดๆ ด้วยเสียงกระซิบกระซาบบอกความในใจอย่างใกล้ชิด เสียงร้องที่มีลมหายใจออกมาด้วยยิ่งทำให้รู้สึกว่า Biebs ยิ่งโตเป็นหนุ่มเข้าไปอีก แทบไม่ต้องพูดถึงความเร่าร้อนเลยว่ามันมากขนาดไหน ถ้าได้เจอชายหนุ่มที่พร้อมจะจัดอะไรๆ ให้เต็ม โดยไม่หวังอะไรกลับมา แต่ขอเพียงแค่อย่างเดียวคือโอกาสได้ดูแลหัวใจ ถึงยังไงหญิงร้อยทั้งร้อยก็คงต้านทานไว้ไม่อยู่

ส่วน MV ที่ว่าห่วยขนาดหนัก ประมาณว่าคาดไม่ถึงจริงๆ เพราะมันแตกต่างกับ Teaser ที่เห็นอย่างมาก นึีกว่าจะได้เห็นอะไรดีๆ ใหม่ๆ และสนุกๆ แต่กลับกลายว่าเป็นเพียง MV สนุกๆ กันเองของ Biebs และเหล่าสาวๆ ซึ่งเกิดจากความตั้งใจให้ดูคล้ายกับ MV Girlfriend ของ N'Sync ร้องนำโดย Justin Timberlake ที่หนุ่ม Biebs ได้ยืมเทคนิคเสียงมาร้องใส่ในเพลงนี้นั่นเอง

 

 

ถ้า Biebs จะแตกเนื้อหนุ่ม แถมยังเสน่ห์รุนแรงจนน่าจับมาทำ Boyfriend ขนาดนี้... คงได้เห็นภาพติ่งครึ่งค่อนโลกถึงขั้นบ้ากันเลยทีเดียว

 

Boyfriend

เพื่อนชาย (แฟน)

 

If I was your boyfriend, I’d never let you go

I can take you places you ain’t never been before

Baby take a chance or you’ll never ever know

I got money in my hands that I’d really like to blow

Swag swag swag, on you

Chillin by the fire while we eating fondue

I dunno about me but I know about you

So say hello to falsetto in three two

ถ้าหากผมได้เป็นแฟนของคุณ ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปไหนเลย1

ผมจะพาคุณไปในที่ที่คุณจะไม่เคยได้ไปมาก่อน2

ที่รักครับ มาลองกันดูสักตั้ง ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่มีวันได้รู้นะว่ามันเป็นเช่นไร3

ผมมีเงินอยู่เต็มสองกำมือที่ผมอยากจะผลาญเพื่อ...4

ปรนเปรอให้คุณ5

นั่งซบอิงผ่อนคลายข้างกองไฟทานฟองดูกัน

ผมไม่รู้หรอกว่าผมเป็นคนยังไง แต่ผมรู้ว่าคุณเป็นยังไง6

ส่งเสียงทักทายให้กับเสียงหลบเสน่ห์หน่อย เอ้า... หนึ่ง สอง ซั่ม...7

 

1ถึงตอนนี้ Biebs และหญิงสาวที่เขาหมายปองไว้ยังไม่ได้ตกลงคบหากันอย่างจริงจัง 2แต่เขาไม่ได้พยายามงบอกว่าตัวเองดีกว่าใคร แต่บอกว่าเขานั้นแตกต่าง 3จึงมาขอแค่โอกาสที่จะพิสูจน์ความรักให้หญิงสาวคนนี้ได้เห็น 6ว่าเขารักและเอาใส่มากขนาดไหน

 4ทุกๆ คนรู้ว่า Biebs รวยขนาดไหน จนทำให้เหมือนจะดูถูกกันเสียเหลือเกินเวลาพูดถึงเรื่องเงินขึ้นมา แต่เดี๋ยวก่อน สิ่งที่เขาจะสื่อให้เห็นไม่ใช่เขาคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง แต่เงินที่เขาได้มาจากทุกทางเขายินดีเอามาสร้างความสุขให้กับคนที่เขารัก เงินซื้อความรักไม่ได้ แต่ทำให้ทั้ง 2 คนอยู่กันอย่างมีความสุขได้

 5‘Swag swag swag’ ตรงนี้ไม่ได้ให้ความหมายเพิ่มเติมอะไรนอกจากทำให้ Beibs ดูเป็น Hip Hop มากขึ้น อย่างไรก็ตามมันย่อมมีที่มาที่ไป ถ้าใครอ่านข่าวบันเทิงตะวันตกคงได้ยินข่าวเรื่อง Hacker ที่ใช้ชื่อว่า ‘SwagSec’ หรือ ‘Swagger Security’ ซึ่งเป็นมืออาชีพจริงๆ ที่อ้างตัวว่ามีข้อมูลของ Website นักร้องหลายๆ คน รวมถึงแฟนเพลงนับล้านอีกด้วย วีรกรรมที่ทำให้เป็นข่าวคือ SwagSec นี้ได้เข้าไปโจรกรรม Website ของ Amy Winehouse และ Lauren Pritchard จนพังพินาศมาแล้ว แถมยังบอกว่าไว้ใน Website ของ Amy Winehouse ว่า ‘Hacker หยุดเข้ามาโจรกรรมข้อมูลของทาง Website ได้แล้ว เพราะ Website นี้เป็นของ SwagSec’ ต่อมาได้บอกว่าเอาไว้ใน Twitter @SwagSec ว่าเป้าหมายต่อไปคือ Website ของหนุ่ม Biebs นั่นเอง

 

 

 

จึงเกิดคำถามว่า ‘SwagSec’ เป็นใครกันแน่  ทาง hacker เองบอกว่าเป็นกลุ่มเกย์ผิวดำ จึงทำให้มีการเชื่อมโยงไปถึงนักร้อง Rap ผิวดำ ‘Lil B’ เจ้าของอัลบั้ม ‘I’m Gay (I’m Happy)’ เพราะมี character เหมือนกับ hacker คนนี้เป็นอย่างมาก

 

 

ใช้คำว่างานเข้าคงน้อยไปเพราะเจ้าตัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการกระทำของ hacker นี้เลย นอกจาก character จะเหมือนแล้ว รูปที่ SwagSec ก็ยังเป็นรูปของ Lil’ B อีก และชื่อนั้นมีคำว่า Swag, Swagger, หรือ Swagga ที่เป็นคำฮิตติดปากชาว Hip Hop ที่มีหลายความหมายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ‘ของโจร’ หรือ ‘ความดูดีมีสไตล์’ อาจจะเคยได้ยินเพลงหลายเพลงที่ร้องว่า ‘You got a swag’ นั่นก็แปลอย่างเดียวกับ ‘You’re pretty cool’และในระยะหลังๆ คำว่า Swag ก็ถูกนำมาใช้กันในหลายๆ ความหมาย จนบางทีใช้กันแบบไม่มีความหมายไปเลย

 แต่บทสรุปก็ของความหมายที่แท้จริงของคำว่า Swag มาลงที่ Lil’ B คนใช้คำว่า Swag บ่อยมาก อย่างในเพลง Wonton Soup ที่เขาจะพูดคำว่า Swag หลายจากร้องจบแทบทุกท่อนเลย จึงเป็นที่เข้าใจกันว่าเวลานักร้อง Rap พูดว่า Swag แปลว่า ‘ร้องท่อนนั้นจบละ’

 ดังนั้นนี่คือที่มาทั้งหมดว่าทำไม Lil’ B ถึงถูกไปเชื่อมโยงกับ SwagSec และทั้งหมดนี้อีกเช่นกันเป็นเหตุผลว่าทำไม Biebs ถึงร้อง Swag Swag Swag ไปในเพลงแบบไม่มีเหตุผล หรือจริงๆ แล้วเขาอาจต้องการสื่อว่า Cool! ก็เป็นไปได้

 7ส่วนท่อนสุดท้ายของ Verse นี้ ยังมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่จะส่งตัวเองไปท่อน Pre Hook ที่จะใช้เสียง Falsetto เหมือนกับ Justin Timberlake ใน ‘Cry Me a River’ และ Michael Jackson อีกด้วย

 

 

I’d like to be everything you want

Hey girl, let me talk to you

ผมอยากจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ

ที่รัก หันมาฟังผมพูดก่อนสิครับ

8เห็นไหมว่าตั้งแต่เริ่มต้นมา Beibs เริ่มจากเดินเข้าไปทางด้านหลังของหญิงคนนี้ เสียงผิวปากปนลมในเพลงเหมือนกับลมหายใจที่รดต้นคอ ผม และใบหู ก่อนกระซิบบอกความในใจทั้งหมดออก และตอนนี้ก็ได้เวลาหันมามองตาแล้วคุยกัน

 

If I was your boyfriend, I'd never let you go

Keep you on my arm girl, you’d never be alone

I can be a gentleman, anything you want

If I was your boyfriend, I’d never let you go, I’d never let you go

ถ้าหากผมได้เป็นแฟนของคุณ ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปไหนเลย

จะเก็บคุณไว้ในอ้อมกอดของผม คุณจะไม่มีวันโดดเดี่ยวอีกต่อไป

ผมจะเป็นสุภาพบุรุษ หรืออะไรก็ตามที่คุณต้องการ

ถ้าหากผมได้เป็นแฟนของคุณ ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไป จะไม่ให้ไปจากผม

 

Tell me what you like yeah tell me what you don’t

I could be your Buzz Lightyear, fly across the globe

I don’t never wanna fight yeah, you already know

I am ‘ma a make you shine bright like you’re laying in the snow burr

Girlfriend, girlfriend, you could be my girlfriend

You could be my girlfriend until the —- world ends

Make you dance do a spin and a twirl and

Voice goin crazy on this hook like a whirl wind

Swaggie

บอกผมสิครับว่าคุณชอบอะไร และไม่ชอบอะไร9

ผมจะเป็นนาย Buzz Lightyear ให้คุณขี่ พาคุณบินไปรอบโลก10

ผมจะไม่ต่อสู้กับใครหรืออะไรทั้งนั้น คุณก็รู้ดีอยู่แล้วนี่11

ผมจะทำให้คุณส่องสว่างราวกับคุณกำลังทอดกายในหลุมที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ12

ที่รัก ที่รัก คุณจะมาเป็นแฟนของผมก็ได้นะ14

มาเป็นจนกว่าโลกนี้จะสลาย

ผมจะพาคุณเต้น หมุนติ้ว กระโดดตีลังกา

และเสียงของผมจะฟังเหมือนบ้าไปแล้วในท่อน Hook นี้ อย่างกับลมพายุหมุน15

Swaggie16

 

14Beibs บอกว่า ‘ถ้าผมเป็นแฟนของคุณ คุณจะมาเป็นแฟนของผมก็ได้’ ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้ว นับว่ากำลังพยายามใช้คารมทำให้หญิงคนนี้เคลิ้มไปกับคำพูดของเขาจนบอกความในออก 9อย่างที่ถามว่าชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร ก็ขอให้บอกมา แต่ถ้ามองกลับไปที่ ‘I dunno about me but I know about you’ ที่ Verse แรกด้านบน ก็บอกกันโต้งๆ ไปแล้วว่า ‘ผมเนี่ยรู้ว่าคุณเป็นยังไง’ แสดงว่าตอนนี้มาหลอกถามกันชัดๆ

 10Beibs จะเป็นเหมือนกับ Buzz Lightyear หุ่นยนต์อวกาศจากเรื่อง Toy Story ที่แข็งแรงและกล้าหาญ แถมยังบินได้อีก และคำที่ติดปากของเจ้า Buzz Lightyear ก็คือ ‘To infinity ... and beyond’ หรือ ‘สู่ความเวิ้งว้าง...อันไกลโพ้น’ ก็จะเข้ากันได้กับท่อนที่ว่า ‘You could be my girlfriend until the —- world ends’ นั่นเอง แต่ถึงจะแข็งแรงและกล้าหาญมากขนาดไหน 11เขาก็ขอไม่ไปแข่งขันกับใคร นับว่าเป็นอีกถ้อยคำอ่อยหวานๆ ที่ชายหลายๆ คนงัดมาใช้กัน ที่ไม่แข่งไม่ใช่ไม่อยากได้หญิงคนนี้มาครอบครอง แต่เขาบอกมาตั้งแต่ต้นแล้วว่ามาขอโอกาสจากหญิงคนนี้ ไม่ได้มาขอความเป็นเจ้าของผู้หญิงคนนี้ที่ได้มาจากการแข่งขัน ซึ่งการต่อสู้ให้ได้ฝ่ายหญิงมาครองมันก็ดูเหมือนกับสัญชาตญาณสัตว์ไปหน่อย

 

 

12และแน่นอน เขาจะดูแลหญิงคนนี้เป็นอย่างดี ‘to make you shine’ ที่ความออกมาได้ 2 อย่างนั้นก็คือ อย่างแรก จะคอยทะนุถนอมเพราะเธอมีค่าสำหรับเขา ต่อให้มีอะไรมาบดบังแปดเปื้อนขนาดไหนก็ไม่ทำให้เธอลดค่าลงสำหรับเขา อย่างที่สอง อย่างที่บอกไปแล้วว่าเขามีเงินอยู่เต็ม 2 กับมือ เธอจะส่องสว่างได้ก็ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี อาหารการกินที่ทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี รวมทั้งเครื่องประดับหรูหราต่างๆ จะซื้อให้สวมใส่ถึงกับขนาดเดินเรืองแสงได้เลยทีเดียว ฟังอาจดูเว่อไปหน่อย แต่เวลาๆ หนุ่มไหนๆ มาจีบสาว ต่างก็พูดเกินจริงไปได้ทั้งนั้น แล้วสาวๆ ก็ดันชอบซะด้วย

 15ท่อนสุดท้ายนี้ก็ส่งให้กับท่อน Pre Hook อีกเช่นเคย ‘crazy voice’ ในที่นี่หมายถึงเสียงแตกหนุ่มของ Biebs 16และถอยคำสุดท้าย ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าบางที Swag มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรหรอก ส่วน ‘Swaggie’ ก็เป็นคำที่วัยรุ่นอเมริกันผิวขาวชอบพูดกันเพื่อทำให้ตัวเองดูเป็นชาว Rap หรือ Hip Hop ผิวดำ และเชื่อว่าทำให้ดู cool ขึ้นมาแค่นั้นเอง

 

I’d like to be everything you want

Hey girl, let me talk to you8

ผมอยากจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ

ที่รัก หันมาฟังผมพูดก่อนสิครับ

 

If I was your boyfriend, I'd never let you go

Keep you on my arm girl, you’d never be alone

I can be a gentleman, anything you want

If I was your boyfriend, I’d never let you go, I’d never let you go

ถ้าหากผมได้เป็นแฟนของคุณ ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปไหนเลย

จะเก็บคุณไว้ในอ้อมกอดของผม คุณจะไม่มีวันโดดเดี่ยวอีกต่อไป

ผมจะเป็นสุภาพบุรุษ หรืออะไรก็ตามที่คุณต้องการ

ถ้าหากผมได้เป็นแฟนของคุณ ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไป จะไม่ให้ไปจากผม

 

So give me a chance, ‘cause you’re all I need girl

Spend a week wit your boy I’ll be calling you my girlfriend

If I was your man, I’d never leave you girl

I just want to love you, and treat you right

ถ้างั้นก็ให้โอกาสผมสักครั้งนะครับ เพราะคุณทั้งหมดที่ผมต้องการ

ลองใช้เวลาดูกันไปสักสัปดาห์นึง แล้วผมค่อยเรียกคุณว่า ‘แฟนผม’ ก็ได้

และถ้าผมเป็นชายคนนั้นของคุณ ผมจะไม่ไปไหนเลยครับที่รัก

ผมอยากจะมอบรักให้คุณก็แค่นั้น และจะคอยปรนนิบัติคุณให้สมกับเป็น ‘แฟนของผม’

 

If I was your boyfriend, I'd never let you go

Keep you on my arm girl, you’d never be alone

I can be a gentleman, anything you want

If I was your boyfriend, I’d never let you go, never let you go

ถ้าหากผมได้เป็นแฟนของคุณ ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปไหนเลย

จะเก็บคุณไว้ในอ้อมกอดของผม คุณจะไม่มีวันโดดเดี่ยวอีกต่อไป

ผมจะเป็นสุภาพบุรุษ หรืออะไรก็ตามที่คุณต้องการ

ถ้าหากผมได้เป็นแฟนของคุณ ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไป จะไม่ให้ไปจากผม

 

Na na na, na na na, na na na

Ya girl

Na na na, na na na, na na na ey

Na na na, na na na, na na na ey

Na na na, na na na, na na na ey

 

If I was your boyfriend

ที่รักครับ ถ้าหากผมได้เป็นแฟนของคุณ...

 

*****Open for All Suggestions and Comments*****

Comment

Comment:

Tweet

คุณไม่ใช่แค่แปลเพลงเก่งนะคะ คุณสามารถอธิบายความหมายโดยนัยของเนื้อเพลงได้เข้าใจมากๆ ติดตามอยู่นะคะ คุณเก่ง+ทุ่มเท มากจริงๆ ^ ^

#8 By soso (103.7.57.18|171.4.3.168) on 2012-05-18 19:31

แปลได้น่ารักมากกbig smile

#7 By *-* (103.7.57.18|223.206.168.45) on 2012-05-17 11:16

เพลงนี้สะกดใจมากค่ะ แค่วาวก็เอาใจเราไปละ รู้สึกเสียงเป็นหนุ่มขึ้นละ แต่ยังคงเสน่ห์ของจัสอยู่ ><

#3 By medsray on 2012-05-07 00:44

แปลได้ดีมากๆ เลยค่ะ ตั้งแต่อ่านเวปแปลเพลงมา เวปนี้น่าติดตามมากที่สุด เก่งดีค่ะ

#2 By เด็กตะวันตก (115.87.117.70) on 2012-04-23 14:27

ยิ่งโตยิ่งหล่อ คารมยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆเลย

#1 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2012-04-21 21:58