บทแปลเพลง Dark Side ของ Kelly Clarkson

posted on 19 May 2012 20:07 by roxamine

 

 

Dark Side เป็นอีกบทเพลงหนึ่งจากอัลบั้มใหม่ล่าสุดที่ทั้ง 3 Single ที่ถูกปล่อยออกมา มีเนื้อหาสร้างแรงบันดาลใจและให้เอาชนะฝ่าฟันอุปสรรคที่พบเจอในแต่ละวันไปให้ได้ ต้องยอมรับว่าการกลับมาครั้งนี้ของ Kelly ค่อนข้างมีสาระและชวนให้เก็บไปคิดมากกว่าอัลบั้มก่อนๆ เยอะมากเลยทีเดียว

 

ถึงเพลงนี้จะไม่ใช่ Single ที่ได้ปล่อยออกมา แต่ก็เป็นเพลงที่หลุดออกมาให้ฟังกันตั้งแต่ก่อนจะเริ่มโปรโมทอัลบั้มนี้ซะอีก อย่างไรก็ตาม Dark Side เวอร์ชั่นนี้ค่อนข้างแตกต่างจาก demo ที่หลุดๆ มา ทั้งเพลงและเนื้อหาถูกปรับเปลี่ยนให้น่าฟังมากยิ่งขึ้น

 

Dark Side เสนอการเล่าเรื่องราวถึงสิ่งที่ใครๆ ก็ไม่อยากเปิดเผยออกมาได้ดีมาก เพราะถึงมันจะเป็นเรื่องเศร้าและอาจทำให้ใครอีกคนยอมรับในตัวตนของอีกคนไม่ได้ แต่ยังแฝงด้วยการมีความหวังและการมองโลกในแง่ดี ซึ่งเพลงก็ได้มีการแทรกเสียงเงียบและเสียงที่ฟังทำให้ดูโดดเดี่ยวและหวาดกลัว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความทรมานกับการที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวกับด้านมืดของตัวเองมาตั้งนาน แต่ถึงแม้จะไม่มั่นใจและกลัวผลที่กำลังจะเกิดอยู่ตรงหน้า คนๆ หนึ่งก็ยังกล้าที่จะเปิดเผยตัวตนให้คนที่ตัวเองรักรู้และขอร้องให้ยอมรักตัวตนที่แท้จริงทั้ง 2 ด้านได้

 

[More talks on this when MV is officially launched]

 

 

Dark Side

ด้านมืด

 

There's a place that I know

It's not pretty there and few have ever gone

If I show it to you now

Will it make you run away

มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ฉันรู้จัก

มันไม่น่าดูและมีไม่กี่คนเคยได้ไป

แต่ถ้าตอนนี้ฉันพาเธอไปดู…

แล้วมันจะทำให้เธอวิ่งหนีไปหรือเปล่า? [ส่วนนี้ทั้งหมดเป็นพูดอย่างอ้อมๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติของคนที่ทำความผิดหรือมีความผิดปกติที่กำลังเผยให้ใครคนหนึ่งรับรู้ โดยที่กลัวว่าเขาจะรับไม่ได้ Kelly ได้เปรียบด้านมืดของตัวเองกับสถานที่ที่ไม่สวย ก็คืออีกด้านหนึ่งของตัวเองที่ไม่น่าจะแสดงออกให้ใครๆ เห็น]

 

Or will you stay

Even if it hurts

Even if I try to push you out

Will you return?

And remind me who I really am

Please remind me who I really am

หรือว่าเธอจะไม่ไปไหน

ต่อให้มันทำให้เธอเจ็บปวด

หรือต่อให้ฉันต้องผลักเธอออกไปก็ตาม

แล้วเธอจะเดินกลับมาหาฉันไหม? [เธอถามย้ำไปย้ำมาเพราะความวิตกกังวลกับผลที่จะตามมาภายหลัง ใจจริงคือเธอไม่อยากให้เขารักทิ้งเธอไปไหน ถ้าเป็นไปได้เธอยากได้ยินอะไรที่ทำให้ความรู้สึกตอนนั้นดีขึ้น ถ้าเขาตอบว่าจะไม่ทิ้งไปไหน ไม่ว่าอะไรเจอเกิดขึ้น จะทำให้เธอมีความกล้าที่จะแสดงอีกด้านออกมาให้เขาได้เห็น]

กลับมาเตือนสติให้ฉันรู้ว่าตัวเองเป็นใคร

ได้โปรดเตือนสติให้ฉันรู้ว่าตัวเองจริงๆ เป็นใคร [เธอไม่หวังให้เขาจากไป แต่หวังให้เขาห่วงใยและเตือนสติเธอให้กลับมาเป็นคนดีคนเดิมที่เขามองเห็นในแบบนั้นมาตลอด]

 

Everybody's got a dark side

Do you love me?

Can you love mine?

Nobody's a picture perfect

But we're worth it

You know that we're worth it

Will you love me?

Even with my dark side?

คนไหนๆ ก็มีด้านมืดด้วยกันทั้งนั้น [เธอแสดงความมองโลกในแง่ดีออก เพื่อให้กำลังใจตัวเองมาโดยตลอด เธอน่าจะรู้ตัวเองมาตลอดว่าเธอมีอีกด้านหนึ่งที่คนอื่นๆ ไม่น่าจะรับได้ แต่ในอีกทางหนึ่ง ต่างคนก็ต่างมีด้านที่ไม่ดีกันทุกคน นอกจากนี้ยังเป็นการลดความแตกต่างและการเปรียบเทียบตัวเธอกับคนอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้เห็นตัวตนอีกด้านหนึ่งของเธอ ในสถานการณ์แบบนี้ต้องมองในมุมของคนที่คิดว่าจะถูกทิ้งไป เธอกลัวว่าเขาจะจากเธอไปหาคนที่เธอคิดว่าดีกว่าเธอ ที่คิดแบบนี้ได้ก็เพราะปมที่เกิดจากด้านมืดของตัวเธอที่ติดตัวมาตลอดนั่นเอง]

แต่เธอรักฉันหรือเปล่า?

แล้วยอมรักด้านมือนั้นของฉันได้ไหม? [เป็นการย้ำถามอีกเช่นกันว่าตลอดมาเขารักเธอ และตอนนี้ยังรักอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงใช่ไหม แล้วในตอนที่เธอเปลี่ยนไป เขาจะยอมรับมันได้หรือเปล่า]

ไม่มีใครที่เป็นภาพที่งามพร้อม [เหตุผลที่เธอพูดออกมาก็เหมือนกับท่อน ‘Everybody's got a dark side’ ทุกคนต่างมีทั้งจุดดีและจุดด้อย]

แต่เราทั้งสองควรค่ากับมัน

เธอรู้หรือไหม ว่าเราควรค่ากับมัน [เธอสื่อให้เห็นว่าทั้งสองคนสามารถทำรักนี้และชีวิตนี้สมบูรณ์แบบได้ ถ้าเรายังอยู่ด้วยกันและทำเพื่อกัน ซึ่งจะสอดคล้องกับท่อน ‘So don't give up on me. Please remind me who I really am’ ที่เธอขอร้องเขาว่าอย่าเพิ่งเลิกทำอะไรเพื่อเธอ และเธอก็จะทำทุกอย่างเพื่อเขาเช่นกัน]

แล้วเธอจะรักฉันไหม?

รักทั้งที่ฉันมีด้านมืดนั้นอยู่ด้วยหรือเปล่า? [จะสังเกตว่าแค่ท่อน Hook เธอได้ถามย้ำๆ เดิมๆ บ่อยมาก เป็นเพราะเธอต้องการความมั่นใจว่าเขาจะไม่ไปไหน เพื่อให้ความทุกข์และวิตกข้างในทุเลาลงบ้าง]

 

Like a diamond

From black dust

It's hard to know

It can become

If you give up

So don't give up on me

Please remind me who I really am

ก็เหมือนกับเพชร

ที่มาจากตม

มันยากที่จะมองออก...

ว่าจะกลายเป็นเพชรได้... [จริงท่อนนี้ไม่ได้แปลว่า ‘เพชรที่มาจากตม’ แต่เป็นคำติดปากคนไทย ซึ่งมีความหมายทำนองเดียวกับที่เพลงต้องการจะสื่อ เธอต้องการสื่อว่าเพชรที่สวยใสงดงามเป็นประกาย แต่ใครจะไปรู้ว่ามันเกิดจะฝุ่นสีดำ นั่นคือคาร์บอนที่แทบไม่มีค่าอะไรเลย ขนาดเพชร อัญมณีที่คนนิยมจนให้ค่าและราคาแพงกับมัน ยังมีปมด้อยของมันเองเลย เพราะฉะนั้น...]1

ถ้าเธอถอดใจ

งั้นเธอก็อย่า้เพิ่งถอดใจจากไปฉันได้ไหม [... เพราะฉะนั้นก็อย่างทิ้งฉันไปไหนเหมือนใครๆ เลย อยู่เพื่อฉัน ทำเพื่อฉัน และรักกันตลอดไป ช่วยเจียรไนเพชรเม็ดนี้ให้งดงามตามที่เธอต้องการให้เป็นเถอะ]

 

1 เพชรเป็นอัญมณีที่เกิดในชั้น Mantle ของโลก ซึ่งอยู่ลึกลงไปจากพื้นผิวโลกประมาณ 100 โมล์ เกิดจากอุณหภูมิและความกดดันสูงจนทำให้คาร์บอนตกผลึกเป็นเพชร เมื่อภูเขาไฟระเบิด Magma จะไหลออกมาพร้อมกับดันเพชรในชั้น Mantle ขึ้นบนผิวโลกปะปนกับลาวา โดยเพชรจะมีส่วนประกอบของคาร์บอนอยู่ถึง 99.95% ส่วนที่เหลือ 0.05% จะเป็นแร่ธาตุอื่นๆปะปนอยู่ แร่อืนๆ 0.05%

 

 

 

 

Everybody's got a dark side

Do you love me?

Can you love mine?

Nobody's a picture perfect

But we're worth it

You know that we're worth it

Will you love me?

Even with my dark side?

แต่เธอรักฉันหรือเปล่า?

แล้วยอมรักด้านมือนั้นของฉันได้ไหม?

ไม่มีใครที่เป็นภาพที่งามพร้อม

 แต่เราทั้งสองควรค่ากับมัน

เธอรู้หรือไหม ว่าเราควรค่ากับมัน

แล้วเธอจะรักฉันไหม?

รักทั้งที่ฉันมีด้านมืดนั้นอยู่ด้วยหรือเปล่า?

 

Don't run away

Don't run away

Just tell me that you will stay

Promise me you will stay

Don't run away

Don't run away

Just promise me you will stay

Promise me you will stay

อย่าหนีไป

อย่าหนีจากฉันไป

ขอแค่เธอบอกฉันว่าเธอจะอยู่ต่อ

สัญญากับฉันสิว่าเธอจะไม่ไปไหน

อย่าหนีไป

อย่าหนีจากฉันไป

ขอแค่เธอบอกฉันว่าเธอจะอยู่ต่อ

สัญญากับฉันสิว่าเธอจะไม่ไปไหน [เพลงทั้งเพลงจะมีแต่คำขอร้องและคำถามเพื่อขอให้เขาอยู่ต่อ และรักกันตลอดไปแทบทั้งนั้น โดยใช้การพูดอ้อมๆ และโน้มน้าวจิตใจผู้ฟัง]

 

Will you love me? ohh

Everybody's got a dark side

Do you love me?

Can you love mine?

Nobody's a picture perfect

But we're worth it

You know that we're worth it

Will you love me?

Even with my dark side?

เธอจะรักฉันหรือเปล่า?

ใครก็มีด้านมืดด้วยกันทั้งนั้น

แต่เธอรักฉันหรือเปล่า?

แล้วยอมรักด้านมือนั้นของฉันได้ไหม?

ไม่มีใครที่เป็นภาพที่งามพร้อม

แต่เราทั้งสองควรค่ากับมัน

เธอรู้หรือไหม ว่าเราควรค่ากับมัน

แล้วเธอจะรักฉันไหม?

รักทั้งที่ฉันมีด้านมืดนั้นอยู่ด้วยหรือเปล่า?

 

 

Don't run away

Don't run away

Don't run away

Promise you'll stay

อย่าหนีไป

อย่าหนีจากฉันไป

อย่าหนีฉันไป

สัญญาสิว่าจะอยู่กับฉันต่อไป

 

 

*****Open for Suggestios and Comments*****

บทแปลเพลง Starships ของ Nicki Minaj

posted on 18 May 2012 01:07 by roxamine  in Nicki

 

 

อีกหนึ่งเพลงที่โปรดิวเซอร์มือแพลตทินั่มอย่าง RedOne ที่ได้ฝากผลงานงามๆ เอาไว้ ที่ทำให้ Nicki Minaj กลับมามีเพลงเปรี้ยงอีกหนหลังจากเพลง ‘Super Bass’ ซึ่งเพลงนี้ไม่ได้มีเนื้อหาใจความอะไรให้ขยายไปมากกว่าการเลี้ยงฉลองและสนุกสนานไปกับเสียงเพลง และแน่นอนต้องมีการเต้นแบบสุดเหวี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยในเพลงนั้นยังมีเสียงร้อง “woah-oh-oh-oh-oh” จากเพลง ‘Till the World Ends’ ของ Britney Spears อีกด้วย ซึ่งก็มีความหมายส่วนหนึ่งที่หมายถึงการเต้นแบบลืมตายเช่นกัน

 

 

ใน MV เพลงนี้ Nicki Minaj จะมาในชุดว่ายน้ำสีไม่สงบ สื่อถึงสติสะตังที่มาไม่ครบเท่าไรจากเพลง ด้วยสรีระร่างกายของเธอแล้วทำให้ในบางมุมดูคล้ายกับนักเพาะกายหญิง แต่ชื่นชอบการย้อมผมสีฉูดฉาดที่ใครๆ ได้เห็นเป็นต้องเหลียวหลัง แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเธอเป็นคนที่เปลี่ยนชุดในแต่ละ MV ที่เคยทำๆ มาได้เก่งจริงๆ

 

 

ความสนุกสนานจากงานเลี้ยงฉลองครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณหาดที่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากมายที่แต่ละกลุ่มดูแตกต่างกันมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามทุกๆ คนสามารถสนุกไปกับเธอได้เหมือนกันหมด

 

 

Starships

ยานอวกาศ

 

RedOne...

Let's go to the beach, each

Let's go get a wave

They say, what they gonna say?

Have a drink, clink, found the bud light

Bad bitches like me is hard to come by

The patron own, let's go get it on

The zone own, yes I'm in the zone

Is it two, three? Leave a good tip

I'mma blow off my money and don't give two shits

เรดวัน [RedOne คือโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงที่เคยทำงานเพลงให้กับนักร้องดังๆ หลายคนไม่ว่าจะเป็น Jennifer Lopez, Lady Gaga และอีกหลายๆ คน ซึ่งทำให้แต่ละคนได้ขึ้นแท่นเป็น Pop Diva มาแล้วแทบทั้งนั้น และคนต่อไปก็คงจะเป็น Nicki Minaj นี่แหละ]

ไปเถอะ... ไปเที่ยวเล่นที่ชายหาดกัน

ไปเถอะ... ไปโต้คลื่นกันให้มัน [Nicki ชักชวนทุกคนไปพักผ่อนหย่อนใจกันตามประสาคนคุ้นเคย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครก็คือเหล่าๆ แฟนๆ ของเธอเอง]

ใครว่า... ใครจะว่าอะไรกัน? [โดยไม่ต้องไปสนใจเสียงนกเสียงกา หรือเหล่า Haters ที่คอยเห่าหอนด่าพวกเธอขนาดไหนก็ตาม]

ไปหาอะไรดื่มกัน กิ้ง มีเบียร์ Bud Light ด้วย [‘Bud Light’ คือเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งเป็นเบียร์แบบไม่แรงมาก ก็เพลงทั้งเพลงมันเป็นงานปาร์ตี้ล้วนๆ ใครจัดหนักแต่แรกก็อดสนุกยันเช้าล่ะสิ]

 

 

ชะนีแรดอย่างฉันไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ [เธอแทนตัวเองว่าเป็นนังชะนีแรดๆ นิสัยไม่ดีคนหนึ่ง เพื่อสร้างความสนใจกับเหล่า Haters แต่จะบอกถึงจะเป็นชะนีแรงแรดมาจากไหนก็ยากที่จะหาใครได้เหมือนเธอ จากเพลง ‘Beez in the Trap’ ที่เนื้อหาส่วนหนึ่งบอกว่าในวงการเพลงยังมี Bitches โง่ๆ ที่เอาแต่ร้องเพลงได้เยอะมากจนแทบล้น แต่จะหา Bitch อย่างเธอที่ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งทำเพลง เก่งรอบด้านอย่างเธอมันยาก]

Patron ขวดนี้ของพวกเรา อ้าวงั้น... ไปรินมันมาให้ได้ [‘Patron’ คือยี่ห้อ Tequila นี่ห้อหนึ่งที่ราคาสูงมาก พอเธอรู้ว่ามีเหล้ายี่ห้อนี้เท่านั้นแหละ ถึงกับไม่ห่วงว่าจะไหวไม่ไหว เลยขอมาดื่มด้วยหน่อยเพราะว่า...]

 

 

เขตนี้พวกเราคุม อ่อ... แน่นอน ฉันกำลังจะจัดหนักจัดไป [...เพราะว่าคืนนี้เธอจะจัดหนักเลยล่ะสิ ‘in the zone’ หมายถึงการทำอะไรก็ตามที่มีความตั้งใจมากๆ]

จะจัดมาก่อน 2 หรือ 3 แก้วดีน่ะหรอ? ยังไงก็ฟาดทิปแรงอยู่แล้ว [ต้องเข้าใจอารมณ์คนอยากปล่อยผีซะก่อนว่า ณ เวลานั้นมันอะไรก็ได้จริงๆ อารมณ์ประมาณคนหิว คือเธอบอกให้เอาเหล้ามาก็ไปเอามา ไม่ต้องถามเท่าไร เพราะยังไงเธอก็มีเงินจ่าย]

ก็ฉันจะผลาญเงินของฉันให้มันมือกันไป ช่างหัวมันปะไรล่ะ [‘Don’t give two shits’ มีความหมายเช่นเดียวกับ ‘Don’t care’ และ ‘Don’t give a damn’]

 

I'm on the floor, floor

I love to dance

So give me more, more, 'til I can't stand

Get on the floor, floor

Like it's your last chance

If you want more, more

Then here I am

ฉันยืนอยู่บนฟลอร์

ชอบวาดลวดลาย

ยาวไป ยาวไป จนฉันยืนไม่ตรง [ปาร์ตี้สนุกๆ แบบนี้ ทั้งดื่มทั้งเต้น จนไม่รู้ว่าที่ขออีกๆ นี่คือเหล้าหรือเพลงกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ทั้ง 2 อย่างทำคนขาอ่อนได้ทั้งคู่]

ก้าวเข้ามาสนุกบนฟลอร์กัน

ให้มันสุดๆ เหมือนว่ามันเป็นโอกาสสุดท้ายของทุกคน [ประโยคทำนองที่ว่าเต้นจนวันตายอะไรทำนองนี้น่าจะคุ้นๆ หูอยู่ นั่นคือเพลง ‘Till the World Ends’ ของ Britney Spears นั่นเอง โดยอย่างที่บอกไปว่าเพลงนี้มีการใช้เสียงพื้นหลังบางช่วงเป็นเสียงร้องของผู้ชาย ‘woah-oh-oh-oh-oh’ เหมือนกับที่มาจากเพลงของ Britney Spears]

แต่ถ้าหากพวกคุณอยากมันกว่านี้อีก...

ก็มาสิ ฉันอยู่นี่แล้วไง [เธอจะทำให้มันกว่าได้ยังไง คำเฉลยอยู่ด้านล่าง]

 

Starships were meant to fly

Hands up and touch the sky

Can't stop cause we’re so high

Let's do this one more time

ยานอวกาศมีไว้ให้บินบนฟากฟ้า

ชูมือขึ้นมาแล้วคว้ามันไว้

หยุดไม่ได้ เพราะพวกเรามีความสุขแบบสุดขีด

เอ้าพวกเรา มามันกันต่ออีกสักยก

 

Starships were meant to fly

Hands up and touch the sky

Let's do this one last time

Hands up...

(We're higher than a motherfucker)

(We're higher than a motherfucker)

(We're higher than a motherfucker)

ยานอวกาศมีไว้ให้บินบนฟากฟ้า [จริงแล้ว ‘starships’ ในเพลงนี้ไม่ได้มีความหมายแฝงอะไรเลย เป็นยานพาหนะที่เหล่าแฟนๆ ของเธอสามารถใช้บินขึ้นไปหาดาวดวงใหม่ที่สดใสและเต็มไปด้วยความสุข ที่มีตำแหน่งอยู่บนจุดสูงสุดของท้องฟ้า ดาวดวงนั้นคือ Nicki Minaj นั่นอะ จะเห็นใน MV เธอก็เดินทางโดยใช้ยานอวกาศเช่นกัน]

ชูมือขึ้นมาแล้วคว้ามันไว้ [บางคนที่มีความฝันมักบอกว่า ‘The sky is a limit’ และสำหรับเธอนั้นได้ถึงสูงสุดของคนมีฝันเหล่านั้น และอยากให้แฟนๆ ของเธอได้สัมผัสถึงความสุขของมัน]

เอ้าพวกเรา มามันกันต่ออีกสักยก

ชูมือขึ้นมา...

(พวกเราเริ่ดกว่าพวกแม่งถมไป) [ก็เริ่ดกว่าเหล่า Haters นั่นเอง]

 

Bump in my hoopty-hoopty-hoop

I own that

And I ain't paying my rent this month

I owe that

But fuck who you want, and fuck who you like

Dance all ya life there's no end in sight

Twinkle, twinkle, little star

เผอิญเดินไปเจอรถเก่าๆ คันหนึ่ง [‘hooptie car’ หมายถึงรถเก่าๆ ที่มีรอยบุบ]

ฉันก็เลยไปเป็นเจ้าของมัน [เธอมีเงิน เธอจ่ายได้]

และฉันคงไม่จ่ายค่าเช่าบ้านเดือนนี้

ขอติดไว้ก่อน

แต่เอาเหอะ ลืมใครๆ ที่พวกคุณต้องการไปบ้าง ไหนจะใครๆ ที่พวกคุณชื่นชอบอีกก็ให้เอาไปทิ้งน้ำซะ [เธออยากให้ทุกคนลืมเรื่องวุ่นวายในแต่ละวันแล้วมาสนุกกับเธอ กับเพลง กับเครื่องดื่ม และบรรยากาศกันให้เต็มที่]

วาดลวดลายกันจนวันตายเพราะราตรีนี้ยังอีกยาวไกลสุดลูกหูลูกตา [‘Till the World Ends’ อีกเช่นกัน]

แค่พริบตาก็เห็นดาวดวงน้อยแวววับไปมา [ส่วนนี้ทำให้ verse นี้ทั้ง verse กลายเป็นว่าเชื่อไม่ได้ ถึงตั้งแต่แรกเธอจะบอกว่าเธอใช้เงินเป็นถุงเป็นถังก็ตาม แต่ตอนนี้เธอเมาแล้วเลยบอกว่ามีดาวด้วยเล็กๆ วิบวับเต็มหัวเธอไปหมด ซึ่งตอนร้องท่อนนี้ดนตรีก็ส่งอย่างมาก ถึงจะทำเสียงน่ารัก ก็ดูรู้ว่ามึนมาก]

 

Now everybody let me hear you say ray ray ray

Now spend all your money cause today payday

And if you're a G, you a G-G-G

My name is Onika, you can call me Nicki

ไหนขอเสียงทุกคนหน่อย เอ้า แสง สี สัน

ควักเงินบาททุกสตางค์ออกมาเพราะวันนี้เป็นวันจ่าย

ส่วนถ้าใครเป็นสาวๆ ล่ะก็ ต้องรู้จักใจเขาใจเรา แบ่งรับแบ่งสู้ และกล้าได้กล้าเสีย [‘G’ ตัวแรก แน่นอนต้องหมายถึง Girls หรือเหล่าสาวๆ ส่วนอีก G-G-G นั้นหมายถึงเทคนิคการมีเพศสัมพันธ์ให้คนรักทั้งคู่พึงพอใจซึ่งกันและกันจากคำแนะนำจากคอลัมน์ Savage Love ของ  Dan Savage ที่ว่าการทีเพศสัมพันธ์ที่ดีกับชีวิตคู่ต้องมี Good, Giving, และ Game และนี่คือที่มาจากท่อน ‘If you want more, more, then here I am.’ ว่าเธอทำให้หลายๆ คนสนุกได้มาขึ้นแค่ไหน]1

ชื่อของฉันคือโอนิกา จะเรียกฉันว่านิคกิก็ได้

 

1G-G-G ของ Dan Savage กล่าวไว้ว่า

1. ‘Good’ หรือ ‘Think Good in Bed’ คือมีทัศนคติที่ดีต่อทั้งฝ่าย รู้จักนำใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าเราต้องการมีความสุข อยากให้อีกฝ่ายทำให้เรามีความสุข เราก็ต้องให้ความสุขกับเขาด้วย

2. ‘Giving’ หรือ ‘Giving Equal Time and Equal Pleasure’ คือมีการแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ใช่จะเป็นฝ่ายรับความสุขนั้นอย่างเดียว และไม่ใช่เป็นฝายที่จะไปรุกกระหน่ำอีกฝ่ายเหมือนกับตายอดตายอยากมาจากไหน

3. ‘Game’ หรือ ‘Game for Anything’ คือมีความกล้าได้กล้าเสีย อย่าเขินอายที่จะทำให้อีกฝ่ายมีความสุขนั่นเอง เพราะสุดท้ายแล้ว ทั้ง 2 คนก็จะถึงสวรรค์กันทั้งคู่

ด้วย 3 สิ่งนี้เองที่สาวๆ สามารถนำไปมัดใจหนุ่มๆ ได้ Nicki จึงได้แนะนำให้สาวๆ ในเพลงได้รู้เรื่องกัน

 

 

Get on the floor, floor

Like it's your last chance

If you want more, more

Then here I am

ก้าวเข้ามาสนุกบนฟลอร์กัน

ให้มันสุดๆ เหมือนว่ามันเป็นโอกาสสุดท้ายของทุกคน

แต่ถ้าหากพวกคุณอยากมันกว่านี้อีก...

ก็มาสิ ฉันอยู่นี่แล้วไง

 

Starships were meant to fly

Hands up and touch the sky

Can't stop cause we’re so high

Let's do this one more time

ยานอวกาศมีไว้ให้บินบนฟากฟ้า

ชูมือขึ้นมาแล้วคว้ามันไว้

หยุดไม่ได้ เพราะพวกเรามีความสุขแบบสุดขีด

เอ้าพวกเรา มามันกันต่ออีกสักยก

 

Starships were meant to fly

Hands up and touch the sky

Let's do this one last time

Hands up...

(We're higher than a motherfucker)

(We're higher than a motherfucker)

(We're higher than a motherfucker)

 

ยานอวกาศมีไว้ให้บินบนฟากฟ้า

ชูมือขึ้นมาแล้วคว้ามันไว้

เอ้าพวกเรา มามันกันต่ออีกสักยก

ชูมือขึ้นมา...

(พวกเราเริ่ดกว่าพวกแม่งถมไป)

 

*****Open for Suggestions and Comments*****